ใส่ “ชุดสูทสัมภาษณ์งาน” ในญี่ปุ่นอย่างไรให้ดูดี มีมารยาท (สำหรับผู้หญิง)

เป็นที่รู้กันดีว่าญี่ปุ่นมักจะมีหลักมารยาทในการทำเรื่องต่างๆ ค่อนข้างเยอะ การแต่งตัวเพื่อไปสัมภาษณ์งานก็เช่นกัน แม้ในปัจจุบันจะมีหลายๆ อย่างที่ลดความเข้มงวดลงบ้างแล้ว แต่เราก็ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าบริษัทที่เราจะไปสัมภาษณ์นั้นเคร่งเรื่องมารยาทกันแค่ไหน ดังนั้น การแต่งตัวให้ถูกต้องตามหลักของคนญี่ปุ่นจึงเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยสร้างความประทับใจให้กับกรรมการสัมภาษณ์ได้ตั้งแต่แรกเห็น

ชุดสำหรับสัมภาษณ์งานในญี่ปุ่นใช้งบเท่าไร?

เมื่อพูดถึงเครื่องแต่งกายในสายธุรกิจ ทุกคนย่อมต้องนึกถึง “ชุดสูท” ประเทศญี่ปุ่นมีการแบ่งลักษณะชุดสูทที่ใช้ในทางธุรกิจอย่างไม่เป็นทางการอยู่ 2 ประเภท คือ สูทธุรกิจ (ビジネススーツ อ่านว่า บิจิเนสุ ซูตสึ) ซึ่งเป็นชุดที่พนักงานบริษัทใช้ในการทำงาน และสูทรีครูท (リクルートスーツ อ่านว่า รีคุรุโตะ ซูตสึ) ชุดสูทมาตรฐานที่นักศึกษามหาวิทยาลัยใช้ในการหางาน

ราคาสำหรับชุดสูทรีครูทนั้นมีหลายระดับ แต่เนื่องจากส่วนใหญ่จะใช้แค่ในช่วงหางานจนถึงช่วงแรกของการทำงานเท่านั้น ชุดสูทราคาประหยัดในงบ 10,000 – 30,000 เยนจึงเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้ดี คุณสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายชุดสูทเฉพาะทางที่มีอยู่หลายยี่ห้อในญี่ปุ่น เช่น AOYAMA, AOKI, Suit Select, KONAKA, The Suit Company เป็นต้น

จริงอยู่ที่พนักงานประจำร้านขายเสื้อสูทจะช่วยให้คุณเลือกชุดที่ดูดีได้ แต่หากอยากเตรียมตัวล่วงหน้า หรืออยากเลือกชุดสูทด้วยตัวเอง บทความนี้ก็จะเป็นคู่มือชั้นยอดในการแนะนำมารยาทการใส่สูทเบื้องต้นสำหรับสาวๆ เพื่อให้ออกมาดูดีและเรียบร้อย

1. สีและลายของสูท

สีสูทรีครูทที่คนนิยมกันมากที่สุด คือ สีดำแบบไม่มีลวดลายในเนื้อผ้า แต่หากคุณรู้สึกว่ามันดูทะมึนเกินไป ก็สามารถใช้สีโทนเข้มอื่นๆ เช่น สีชาโคล (เทาเข้ม) หรือสีกรมท่าซึ่งช่วยให้ดูสดใสยิ่งขึ้นได้เพราะสีเหล่านี้ยังคงจัดว่าดูดีและเหมาะสำหรับการสัมภาษณ์ ส่วนสีโทนสว่างอย่างเทาอ่อน เบจ หรือขาวนั้นอาจจะดูโดดเด่นและเป็นแฟชั่นเกินไป จึงไม่แนะนำค่ะ

2. รูปแบบของชุดสูท

ชุดสูทผู้หญิงจะมีกระดุมอยู่ประมาณ 1 – 3 เม็ด ซึ่งคุณสามารถเลือกแบบที่ชอบได้ เนื่องจากสูทผู้หญิงนั้นถูกออกแบบมาให้เข้ากับรูปร่างได้อย่างพอดิบพอดีเมื่อติดกระดุมครบทุกเม็ด จึงนิยมใส่โดยติดกระดุมให้ครบและไม่จำเป็นต้องปลดออกตอนนั่ง ดังนั้น คุณจึงควรเลือกเสื้อสูทที่ใส่ได้พอดีเมื่อติดกระดุมครบค่ะ

3. ความยาวแขนของเสื้อสูทและเชิ้ตด้านใน

นอกจากจะต้องเลือกเสื้อสูทที่มีขนาดพอดีตัว ไม่คับไม่หลวมจนเกินไปแล้ว ความยาวปลายแขนของเสื้อสูทและเสื้อเชิ้ตด้านในก็สำคัญเช่นกัน เป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่จะช่วยให้แต่งตัวออกมาดูดีที่สุด ซึ่งสำหรับผู้หญิงก็ควรจะมีความยาวปลายแขนอยู่ที่ข้อมือพอดี และคลุมแขนเสื้อเชิ้ตด้านในจนมิด หรือไม่ก็ควรจะเห็นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

4. การเลือกเสื้อเชิ้ตด้านในสูท

ในการใส่สูททำธุรกิจ ผู้หญิงสามารถสวมเสื้อที่ไม่มีปกได้ แต่สำหรับชุดที่ใช้ในการหางานนั้น จะกำหนดให้ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวที่มีปกแต่ไม่มีลายเป็นมาตรฐาน เสื้อเชิ้ตสำหรับผู้หญิงมีอยู่ 2 แบบ คือ แบบทั่วไปที่มีกระดุมเม็ดบนสุดแนบอยู่ติดคอเช่นเดียวกับผู้ชาย และแบบไม่มีกระดุมเม็ดบนสุดที่เรียกว่า Skipper Collar คุณสามารถเลือกแบบที่เหมาะกับตัวเองได้ แต่หากจะใช้แบบ Skipper Collar ก็ควรระวังไม่ให้คอเสื้อแหวกลึกจนเกินไป อีกทั้งยังต้องสวมเสื้อทับเพื่อความสุภาพเรียบร้อยด้วย เพราะเชิ้ตขาวจะสามารถมองทะลุได้ง่าย

5. การเลือกกระโปรงหรือกางเกง

เดิมที ชุดสูทผู้หญิงญี่ปุ่นจะนิยมใส่คู่กับกระโปรง แต่ในปัจจุบันก็เริ่มมีคนหันมาสวมกางเกงเพื่อความคล่องตัวกันมากขึ้นแล้ว การเลือกกระโปรงหรือกางเกงให้เข้ากับชุดสูทนั้นถือเป็นสิ่งที่ควรพิจารณาควบคู่ไปกับลักษณะของบริษัทที่จะเข้าสัมภาษณ์ด้วยว่ามีความเป็นหัวอนุรักษ์มากแค่ไหน

หากคุณใช้กระโปรง ก็ควรเลือกแบบที่ไม่รัดรูปจนเกินไป และเมื่อนั่งเก้าอี้แล้วชายกระโปรงไม่เลิกขึ้นสูงเลยเข่าเกิน 5 เซนติเมตร แต่หากคุณใช้กางเกงก็ควรเลือกแบบที่ชายกางเกงแตะส้นรองเท้าเพียงเล็กน้อย (ประมาณ 1 – 2 เซนติเมตร)

นอกจากนี้ คุณยังต้องใส่เข็มขัดคู่กับกางเกงเพื่อให้ดูมีมารยาทด้วย วัสดุที่นิยมกันมากที่สุด คือ หนังสีดำเพราะเข้ากับชุดสูทได้ง่าย คุณควรเลือกเข็มขัดที่มีความหนาประมาณ 2 – 2.5 เซนติเมตร เพื่อไม่ให้ดูแฟชั่นจนเกินไป

6. ถุงน่อง

ถุงน่องที่ใช้กับชุดสูทควรเป็นสีเนื้อแบบไม่มีลาย การใส่ถุงน่องสีดำที่หนาและอุ่นกว่าในฤดูหนาวถือเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเพราะถุงน่องสีดำจะทำให้ดูหม่นหมองคล้ายกับชุดไปงานศพ หากคุณต้องไปสัมภาษณ์ในวันที่อากาศหนาว เราขอแนะนำให้สวมถุงน่องสีเนื้อทับกัน 2 ชั้น หรือเปลี่ยนไปสวมกางเกงแทนจะดีกว่า

7. รองเท้า

รองเท้าที่เหมาะสำหรับการหางาน คือ รองเท้าคัทชูสีดำเรียบ หรือมีสายคาดตรงกลาง 1 เส้น ส้นรองเท้าไม่ควรสูงจนเกินไป ซึ่งแบบที่สามารถหาซื้อได้ตามร้านมักมีส้นสูงราว 5 เซนติเมตร อีกทั้งยังควรเลือกส้นรองเท้าที่ไม่แหลมจนเกินไปเพื่อให้เดินได้อย่างมั่นคงด้วย

8. กระเป๋า

เมื่อเดินทางไปสัมภาษณ์ ทางบริษัทมักจะขอให้ผู้เข้ารับการสัมภาษณ์เตรียมเอกสารต่างๆ ที่เป็นขนาด A4 ไปด้วย ดังนั้น กระเป๋าที่เหมาะสำหรับการสัมภาษณ์จึงควรเป็นกระเป๋าที่สามารถใส่แฟ้ม A4 ลงไปได้พอดี และเนื่องจากคุณอาจจะต้องวางกระเป๋าไว้ที่พื้นระหว่างการสัมภาษณ์ จึงควรเลือกกระเป๋าที่สามารถวางตั้งด้วยตัวเองได้ ไม่ใช่กระเป๋าเนื้อนิ่มที่อาจล้มยวบลงกับพื้น

ในภาพตัวอย่างด้านบน จะเห็นได้ว่าเป็นกระเป๋าที่ทำจากวัสดุแข็ง อยู่ทรง และมีการติดฐานตั้งกระเป๋าอยู่ข้างใต้ ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมค่ะ

9. ทรงผม

ในการแต่งตัวสัมภาษณ์ให้ดูเรียบร้อยนั้น ผู้ที่ย้อมผมควรย้อมกลับให้เป็นสีธรรมชาติ (ดำ, น้ำตาล) หากผมยาวก็ควรรวบเป็นหางม้าหรือรวบเป็นมวยเพื่อความเรียบร้อย หากคุณไว้ผมสั้นหรือมีปอยผมด้านข้างก็ควรติดกิ๊บดำเพื่อไม่ให้ผมลงมาปรกหน้าเวลาโค้งเพื่อทักทายด้วย เพราะการจัดผมบ่อยๆ ระหว่างการสัมภาษณ์จะทำให้ดูไม่ดี ในกรณีของคนที่มีผมหน้าม้าก็อาจต้องใช้สเปรย์ช่วยในการจัดให้อยู่ทรงด้วย แต่ก็ไม่ถึงขั้นต้องเปิดหน้าผากจนหมด

10. การแต่งหน้า

คุณควรแต่งหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติ การไม่แต่งหน้าเลยจะทำให้ดูเสียมารยาท แต่ก็ไม่ควรแต่งหน้าจัดจนเกินไปเช่นกัน เพียงลงรองพื้น ปัดแก้ม ทาปากเล็กน้อยเพื่อให้ดูสุขภาพดีก็พอ

ส่งท้าย

จบกันไปแล้วนะคะกับมารยาทเบื้องต้นในการแต่งชุทสูทรีครูทสัมภาษณ์งานของผู้หญิง หลายๆ คนอาจจะไม่ค่อยอยากลงทุนกับชุดสูทรีครูทกันมากนักเพราะใช้ได้แค่ช่วงหางาน แต่ความจริงแล้วคุณก็ยังสามารถสวมไปทำงานในช่วง 3 ปีแรกได้อยู่เช่นกัน ดังนั้นจึงถือเป็นการลงทุนสำหรับการใช้งานที่มากกว่า 1 ปี หากคุณยังเลือกไม่ถูกว่าตัวเองควรจะใส่ชุดสูทไซส์ไหนก็ลองเดินเข้าไปถามพนักงานในร้านสูทใกล้ๆ บ้านดู ที่นั่นจะต้องมีพนักงานที่ยินดีให้คำแนะนำเรื่องการเลือกชุดสูทที่เข้ากับคุณได้มากที่สุดอย่างแน่นอน!

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊กได้เลย !


เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

1 Shares:
บทความที่เกี่ยวข้อง
อ่านเพิ่มเติม

แนะนำ “ภาษาคอมพิวเตอร์” ที่บริษัทต้องการ สำหรับคนหางานในญี่ปุ่น

คุณเป็นวิศวกรซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมเมอร์ที่กำลังหางานในญี่ปุ่นอยู่หรือเปล่า? หากใช่ สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่คุณควรจะมีก็คือ ข้อมูลที่สามารถบอกได้ว่าทักษะไหนกำลังเป็นที่ต้องการของบริษัท ในบทความนี้ เราได้ทำการจัดอันดับ 10 ภาษาโปรแกรมที่กำลังเป็นที่ต้องการในญี่ปุ่นมาให้คุณแล้ว โดยเราจะจัดเรียงตามความต้องการในตลาดและอัตราค่าจ้างโดยเฉลี่ย มาดูกันว่าพรสวรรค์ของคุณนั้นสามารถทำเงินในญี่ปุ่นได้เท่าไร!
อ่านเพิ่มเติม

รวมเทคนิคการเขียนโฆษณาตัวเอง (自己PR) ในเรซูเม่ญี่ปุ่น และการตอบสัมภาษณ์

เรซูเม่แบบญี่ปุ่น (履歴書 อ่านว่า ริเระคิโจ) เป็นสิ่งที่ใช้ยื่นให้กับทางบริษัทเมื่อต้องหางานในญี่ปุ่น นอกจากจะมีช่องให้กรอกประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน ประกาศนียบัตร และเหตุผลที่อยากเข้าทำงานแล้วก็ยังมีช่องให้กรอกคำโฆษณาตัวเองด้วย (自己PR) ช่องเขียนโฆษณาตัวเองนี้เป็นส่วนสำคัญที่ทางบริษัทจะใช้พิจารณารับคนเข้าทำงาน คุณจึงควรตั้งใจพรีเซนต์ตัวเองเพื่อให้บริษัททราบว่าคุณเป็นคนที่บริษัทกำลังมองหาอยู่ ในบทความนี้ เราจะมาแนะนำการเขียนเรซูเม่แบบญี่ปุ่น และวิธีโฆษณาตัวเองเพื่อการสัมภาษณ์อย่างมืออาชีพกัน