5 ที่เที่ยวชิลล์สำหรับสุดสัปดาห์ในคันไซ

Kansai weekend getaway destinations
ภูมิภาคคันไซมีเมืองน่ารักๆ หลายแห่งที่เหมาะแก่การหนีความวุ่นวายจากที่เที่ยวคนแน่นๆ มาพักผ่อนในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ทั้งเมืองสไตล์ญี่ปุ่น ออนเซ็น และทิวทัศน์ที่สวยจนตะลึง

ภูมิภาคคันไซมีเมืองน่ารักๆ หลายแห่งที่เหมาะแก่การหนีความวุ่นวายจากที่เที่ยวคนแน่นๆ มาพักผ่อนในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ทั้งเมืองสไตล์ญี่ปุ่น ออนเซ็น และทิวทัศน์ที่สวยจนตะลึง บอกเลยว่าเป็นทริปสั้นๆ แต่แฮปปี้กันยาวๆ แน่นอน และในบทความนี้เราจะพาคุณไปพบกับสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้ที่ยังไม่ดังในหมู่ชาวต่างชาติมากนัก!

1. วาคาสะ (Wakasa) – จ. ฟุคุอิ

Kumagawa-juku

ถนนวาคาสะ ไคโด

เมืองวาคาสะ (若狭) ในจังหวัดฟุคุอิ เต็มไปด้วยทั้งประวัติศาสตร์และธรรมชาติ โดยตั้งอยู่ที่บริเวณกึ่งกลางของญี่ปุ่น หลังจากทางด่วน Maizuru Wakasa เปิดให้บริการในปี 2014 ก็ทำให้สามารถเดินทางมาที่นี่จากภูมิภาคคันโตได้สะดวกมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีไฮไลท์เด็ดอีกมากที่จะทำให้คุณอยากมาสำรวจเมืองนี้ที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก

หากพูดถึงเมืองแบบดั้งเดิมแล้วจะไม่พูดถึง Kumagawa-Juku บนถนนวาคาสะ ไคโด (Wakasa Kaido) ก็คงไม่ได้ ถนนโบราณแห่งนี้เคยเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าระหว่างจังหวัดฟุคุอิและเกียวโต นอกจากนี้ยังถูกกำหนดให้เป็นหนึ่งในเขตอนุรักษ์กลุ่มอาคาร สถาปัตยกรรม และสิ่งปลูกสร้างดั้งเดิมอันทรงคุณค่าอีกด้วย

คุณอาจคิดว่าเมืองที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งนี้จะต้องเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวแน่ๆ แต่จริงๆ แล้วที่นี่กลับเงียบสงบและยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก เหมาะมาเก็บภาพบรรยากาศญี่ปุ่นโบราณเป็นอย่างมาก!

Rainbow Line terrace with foot bath
บ่อแช่เท้าที่ระเบียง Mihama

สำหรับใครที่อยากสัมผัสธรรมชาติให้มุ่งหน้าไปยังถนน Rainbow Line จากจุดชมวิวและสวนบนยอดเขาจะสามารถมองลงมาเห็นทิวทัศน์ที่น่าตื่นตาตื่นใจของทะเลญี่ปุ่น และทะเลสาบ Mikatagoko ทั้งห้า ซึ่งมีดอกไม้และสัตว์พื้นเมืองหลากหลายชนิด ที่นี่มีทั้งกระเช้าและลิฟท์ที่จะพาคุณขึ้นไปบนยอดเขาจากบริเวณลานจอดรถ หรือถ้าใครอยากออกกำลังกายก็สามารถเดินตามทางขึ้นไปได้เช่นกัน

Rainbow Line ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาพักผ่อนและชมวิว เช่น ระเบียง 5 แห่งและคาเฟ่ชิคๆ ที่คุณสามารถชมวิวทะเลสาบ Mikatagoko ได้ ที่ระเบียง Mihama นั้นยังมีบ่อแช่เท้าให้ผู้มาเยือนได้แช่เท้าไปชมวิวไป ผ่อนคลายไป นอกจากนี้ยังมีลานเปลให้คุณได้มาแกว่งไกวตัวเองภายใต้ต้นไม้ที่ปกคลุมภูเขาอยู่อีกด้วย

Fugu pufferfish sashimi
ปลาปักเป้าซาชิมิ

อ่าววาคาสะ (Wakasa Bay) เป็นแหล่งอาหารทะเลมากมายหลากหลายชนิด เนื่องจากเป็นจุดที่กระแสน้ำอุ่นและกระแสน้ำเย็นจากทะเลญี่ปุ่นมาบรรจบกัน ที่นี่จึงมีร้านที่เสิร์ฟอาหารทะเลเป็นจำนวนมาก ทั้งซาชิมิ ไคเซนเด้ง (ข้าวหน้าอาหารทะเล) กุ้ง หอย และปู เป็นต้น ของขึ้นชื่อของที่นี่คือปลาซาบะ และในฤดูหนาวเป็นฤดูที่เหมาะแก่การรับประทานปูและปลาปักเป้า จังหวัดฟุคุอินั้นโด่งดังเป็นพิเศษว่ามีปูอร่อย ดังนั้นถ้าได้มีโอกาสได้มาที่นี่ห้ามพลาดเป็นอันขาด!

ชื่อWakasa Saba-kaido Kumagawa-juku
ที่อยู่Kumagawa, Wakasa, Mikatakaminaka-gun, Fukui
福井県三方上中郡若狭町熊川
Google Maps
การเดินทางนั่ง Thunderbird Limited Express หรือ Kosei Line จากสถานี Osaka หรือ Kyoto ไปลงที่สถานี Omi-Imazu (50 นาที) จากนั้นนั่งรถ JR Bus สถานีปลายทาง Obama หรือ Omi-Imazu แล้วลงที่ป้าย Wakasa Kumakawa (30 นาที)
*คำเตือน Thunderbird Limited Express มีเพียงไม่กี่ขบวนที่จอดที่สถานี Omi-Imazu
ชื่อ Rainbow Line
ที่อยู่18-2-2 Kiyama, Wakasa-cho, Mikatakaminaka-gun, Fukui
福井県三方上中郡若狭町気山18−2-2
Google Maps
*The Rainbow Line Summit Park ตั้งอยู่ที่ด้านบนสุดของ Mikata Goko Rainbow Line
การเดินทาง(รถยนต์) ใช้ทางหลวงหมายเลข 27 จาก Meishin (Maihara JC) หรือทางด่วน Hokuriku Expressway (Tsuruga IC) ไปลงที่ Mihama

(ขนส่งสาธารณะ) จากสถานี Osaka นั่ง Kosei Line มาลงที่สถานี Kyoto จากนั้นขึ้น Obama Line ปลายทางสถานี Tsuruga แล้วลงที่สถานี Mihama

2. Kinosaki Onsen – จ. เฮียวโกะ

Winter townscape Kinosaki Onsen

ที่ต่อไปคือเมืองออนเซ็นแสนงดงามที่เวลาดูจะเดินช้าลง Kinosaki Onsen (城崎温泉) อยู่ทางตอนเหนือของจังหวัดเฮียวโกะ ที่นี่รวมบ่อออนเซ็นเก่าแก่กว่า 1,300 ปีไว้ถึง 7 แห่ง!

เมือง Kinosaki Onsen เต็มไปด้วยบ้านเรือนแบบญี่ปุ่นโบราณ ที่มีทั้งออนเซ็น ร้านค้า คาเฟ่ และร้านอาหาร โดยที่นี่มีกิจกรรมให้ทำเยอะจนเวลาสุดสัปดาห์ของคุณจะผ่านไปเร็วอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ! แน่นอนว่าในเมื่อมาถึงเมืองออนเซ็นแล้วก็ควรแช่ออนเซ็น ใส่ชุดยูคาตะ (Yukata) และเกตะ (Geta เกี๊ยะไม้) รวมถึงสำรวจออนเซ็นหรูหราแต่ละแห่งในเมือง

Snowy townscape Kinosaki Onsen

บ่อน้ำร้อนทั้ง 7 แห่ง ของที่นี่อยู่ในระยะที่สามารถเดินไปมาหากันได้ โดยน้ำที่เต็มไปด้วยแร่ธาตุนี้โด่งดังในด้านสรรพคุณการรักษา และจะทำให้คุณรู้สึกอยากแช่ทั้งวันให้น้ำชะล้างปัญหาต่างๆ ในชีวิตออกไป พร้อมๆ กับการดื่มด่ำกับบรรยากาศสุดผ่อนคลาย

บ่อออนเซ็นแต่ละบ่อมาพร้อมกับสรรพคุณและตำนานของตัวเอง ตั้งแต่ให้ความสุขในชีวิตคู่ จนถึงฤทธิ์ปกป้องผู้มาเยือนจากอัคคีภัย ดังนั้นขอแนะนำให้คุณลอง “Onsen Meguri” (ทัวร์แช่ออนเซ็น)! อีกจุดพิเศษคือทุกออนเซ็นของที่นี่จะอนุญาตให้ผู้ที่มีรอยสักเข้าใช้บริการได้ แตกต่างกับออนเซ็นส่วนใหญ่ในญี่ปุ่น สำหรับใครที่มีรอยสักสามารถสบายใจได้เลย

ถ้าใครเบื่อการแช่น้ำร้อนแล้ว ที่นี่ก็ยังมีวัด พิพิธภัณฑ์ และกิจกรรมทางธรรมชาติอื่นๆ อีกหลายอย่างให้คุณได้ลอง เช่น การปีนเขาและปั่นจักรยาน เป็นต้น

ชื่อKinosaki Onsen
ที่อยู่Yushima, Kinosaki-cho, Toyooka-shi, Hyogo
兵庫県豊岡市城崎町湯島
Google Maps
การเดินทางจากโอซาก้า : นั่ง JR Kounotori Limited Express จากสถานี Osaka หรือ Shin-Osaka มาลงที่สถานีKinosaki Onsen (2 ชั่วโมง 45 นาที)

จากเกียวโต : นั่ง JR Kounotori Limited Express Kinosaki จากสถานี Kyoto มาลงที่สถานี Kinosaki Onsen หรือนั่ง JR Limited Express Hashidate จากสถานี Kyoto มาลงที่สถานี Fukuchiyama แล้วต่อ JR Kounotori Limited Express มาลงที่สถานี Kinosaki Onsen (2 ชั่วโมง 30 นาที)

จากพื้นที่อื่นในคันไซ : นั่ง Llimited Express Hamakaze จากสถานี Osaka, Sannomiya, Kobe หรือ Himeji มาลงที่สถานี Kinosaki Onsen (2 ชั่วโมง 50 นาที)

ใช้เวลาเดิน 5 นาที จากสถานีไปยังบริเวณใจกลางเมือง

3. หมู่บ้านชาวประมง Ine – จ. เกียวโต

Ine funaya boathouses

ถึงแม้ว่าโรงเรือจะมีอยู่ให้เห็นตลอดชายฝั่งในญี่ปุ่น แต่ไม่มีที่ไหนอีกแล้วที่มีโรงเรือมาอยู่รวมกันมากขนาดนี้! ทิวทัศน์ของหมู่บ้านชาวประมง Ine Funaya (伊根の船屋) นั้นจนแทบจะหยุดหายใจ และดึงดูดนักท่องเที่ยวมากมายมาที่เมืองโบราณแห่งนี้ นอกจากนี้ที่นี่ยังมีกิจกรรมมากมายให้เลือกทำอีกด้วย

หนึ่งในวิธีการดื่มด่ำความงดงามของโรงเรือที่กำลังลอยอยู่บนผิวน้ำนี้คือการเดินเท้าสำรวจจากริมทะเล ซึ่งเป็นวิธีที่เหมาะกับคนที่อยากเข้าไปชมใกล้ๆ ที่นี่มีแม้กระทั่งโรงเรือที่คุณสามารถเข้าไปสำรวจข้างในได้ด้วย ตัวอย่างเช่นโรงเรือ Koyomaru ซึ่งยังคงเป็นที่เก็บเรือและอุปกรณ์ตกปลาที่ชาวประมงในท้องที่ใช้ออกทะเลจริงๆ เข้าไปแล้วก็จะสามารถสัมผัสกลิ่นอายของชีวิตชาวประมงได้เลยทีเดียว

Ine townscape
PIXTA

แต่อย่างไรก็ตาม วิวที่สวยที่สุดของที่นี่ก็ยังคงต้องดูใกล้ๆ จากในทะเล เพราะคุณจะสามารถมองดูโรงเรือไม้ตั้งเรียงกันตลอดแนวชายฝั่ง หากคุณอยากสัมผัสประสบการณ์อย่างเต็มรูปแบบ ให้ลองไปขอให้ชาวประมงในพื้นที่ช่วยขับเรือพาคุณชมรอบๆ อ่าว พร้อมๆ กับฟังเรื่องราวจากชาวประมงตัวจริงเสียงจริง!

เนื่องจากที่นี่เป็นหมู่บ้านชาวประมง ดังนั้นแน่นอนว่าอาหารทะเลที่ร้านอาหารแถวนี้ก็ต้องสุดยอดมากเช่นกัน บริเวณโรงเรือ Ine Funaya นี้มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก จึงเหมาะแก่การใช้เวลาหลายวันสำรวจทุกซอกทุกมุม หรือจะใช้เป็นจุดหมายปลายทางรองก็ได้เช่นกัน และถ้าแวะเที่ยวอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ ที่นี่ก็ยังมีโรงเรือหลายแห่งที่ผันตัวมาเป็นที่พักให้คุณได้นอนพักสักคืนก่อนออกเดินทางต่อ

จะมีอะไรดีไปกว่าการตื่นมาด้วยเสียงคลื่นนอกหน้าต่างอีกล่ะ?!

ชื่อหมู่บ้านชาวประมง Ine Funaya
ที่อยู่77, Hirata, Ine-cho, Yoza-gun, Kyoto
京都府与謝郡伊根町平田77
Google Maps
การเดินทาง– (จากเกียวโต) นั่ง JR Limited Express Hashidate จากสถานี Kyoto มาลงที่ Amanohashidate (ประมาณ 2 ชั่วโมง 10 นาที)

– (จากโอซาก้า) นั่ง JR Limited Express Kinosaki จากสถานี JR Osaka มาลงที่สถานี Fukuchiyama จากนั้นนั่ง Limited Express Tango Relay หรือ Hashidate มาลงที่สถานี Amanohashidate (ประมาณ 2 ชั่วโมง 10 นาที) แล้วนั่งรถ Tango Kairiku Kotsu Bus ปลายทาง Ukawa Onsen Yoshino no Sato, Kamanyu หรือ Ine Yubinkyoku-mae แล้วลงที่ป้าย Ine (1 ชั่วโมง)

4. Kurayoshi – จ. ทตโตริ

Kurayoshi Tottori

หลายๆ คนอาจจะรู้จักจังหวัดทตโตริจากเนินทรายอันโด่งดัง แต่รู้หรือไม่ว่าแค่ขับรถไปอีก 1 ชั่วโมง หรือนั่งรถไฟไปอีก 2 ชั่วโมง คุณก็จะได้พบกับเมืองปราสาทเก่าแก่อย่าง Kurayoshi (倉吉) ที่มีทิวทัศน์เมืองเก่า เหมือนได้ย้อนเวลากลับไปยังยุคซามูไร

ถนนที่นี่เต็มไปด้วยผนังสีขาวของโกดังเก็บของแบบดั้งเดิมที่สร้างตั้งแต่ในสมัยเอโดะ ซึ่งในปัจจุบันได้ถูกนำมาปรับปรุงใหม่เป็นคาเฟ่และร้านค้า นอกจากนี้ยังมีทางน้ำริมถนนที่มีปลาคาร์ฟกำลังแหวกว่ายอยู่อีกด้วย

Kurayoshi Line Train Memorial Museum

ภายในตึกรามบ้านช่องแสนสวยงามยังมีวัดและพิพิธภัณฑ์หลายแห่งซ่อนตัวอยู่ รวมถึงพิพิธภัณฑ์รถไฟ Kurayoshi ที่แสดงข้อมูลและวัตถุโบราณเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของรถไฟในท้องถิ่น รวมไปถึงหัวรถจักรไอน้ำเก่าแก่

เมือง Kurayoshi ตั้งอยู่บริเวณภูเขาและครอบคลุมธรรมชาติเขียวชอุ่มที่เหมาะสำหรับใครที่ต้องการหนีจากผู้คนเป็นอย่างมาก ทางตะวันตกเฉียงใต้ของ Kurayoshi มีภูเขา Higashidaizan ที่มีหุบเขางดงาม และวิวดอกไม้สวยๆ ที่เปลี่ยนไปตามแต่ละฤดูกาล เราขอแนะนำให้มาที่นี่ในฤดูใบไม้ร่วง เพราะจะได้เห็นต้นไม้เป็นสีเพลิงของใบไม้ที่กำลังเปลี่ยนสีอยู่!

ชื่อKurayoshi
ที่อยู่Kurayoshi-shi, Tottori
鳥取県倉吉市
Google Maps
การเดินทางนั่ง Super Hakuto Limited Express จากสถานี Osaka หรือ Kyoto มาลงที่สถานี Kurayoshi (3 ชั่วโมง – 3 ชั่วโมง 30 นาที)
ชื่อKurayoshi Line Train Memorial Museum
ที่อยู่1012-7, Meijimachi, Kurayoshi-shi, Tottori
鳥取県倉吉市明治町1012-7
Google Maps
เวลาทำการ9:00 – 17:00 น.
วันหยุดไม่มีวันหยุด
การเดินทางจากสถานี Kurayoshi
– นั่งรถบัสมาลงที่ป้าย Akagawara หรือ Shirakabe Dozo แล้วเดิน 5 นาที
– หรือขับรถ 10 นาที
– หรือเดิน 50 นาที

5. ย่าน Harima – จ. เฮียวโกะ

Sakoshi Ako Harima Hyogo

ย่าน Harima (播磨) เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ทางตอนใต้ของจังหวัดเฮียวโกะ ถ้าคุณกำลังมองหาสถานที่น่ารัก เงียบๆ สำหรับพักผ่อนหลายวัน ขอแนะนำเขต Ako (赤穂) ทางตอนใต้ของจังหวัดเฮียวโกะ!

Sakoshi (坂越) เป็นเมืองท่าในเขต Ako เต็มไปด้วยอาคารไม้แบบญี่ปุ่นโบราณและสิ่งของย้อนยุค เช่น ตู้จดหมาย ที่จะพาคุณย้อนเวลากลับไปยังสมัยไทโช (Taisho ค.ศ. 1912 -1926) ซึ่งแทบจะไม่มีนักท่องเที่ยวเลย นอกจากนี้หากมาถึง Sakoshi แล้วยังไม่ได้ลองของขึ้นชื่ออย่างหอยนางรม Sakoshi จะเรียกได้ว่ายังมาไม่ถึงที่นี่! หอยนางรมเหล่านี้ถูกเพาะโดยชาวประมงในพื้นที่อ่าว Sakoshi และมีเนื้อหวานฉ่ำมาก

หลังชมตึกสวยๆ ใน Sakoshi เสร็จแล้วก็ไปต่อกันที่แหลม Ako Misaki เพื่อชมตะวันตกดินบนผิวน้ำ ที่นี่ยังเป็นที่รู้จักในฐานะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในหมู่คู่รักเพราะทิวทัศน์ที่สวยงามนั่นเอง Ako Misaki และ Sakoshi อยู่ห่างกันเพียง 10 นาทีโดยรถยนต์ ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลเรื่องความเร่งรีบหรือรถติดเลย นอกจากนี้ยังสามารถเดินมาได้ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง หรือจะค่อยๆ เดินชิลๆ แวะร้านกาแฟ ร้านค้า และพิพิธภัณฑ์ระหว่างทางก็ได้เช่นกัน

Kikyo Hayamitsu Japanese Sword Factory swordsmith
โรงงานดาบญี่ปุ่น Kikyo Hayamitsu

จากนั้นขอให้ออกเดินทางต่อ 30 นาที โดยรถยนต์ หรือ 1 ชั่วโมงครึ่ง โดยรถสาธารณะ แล้วคุณจะได้พบกับโรงงานดาบญี่ปุ่น Kikyo Hayamitsu ซึ่งเป็นห้องทำงานของช่างเชื่อมญี่ปุ่นที่เป็นยอดฝีมือในการตีดาบญี่ปุ่นสไตล์ Bizen สามารถชมเซียนเหล่านี้ทำงาน ซื้อดาบจากยอดฝีมือ หรือแม้กระทั่งลองทำงานโลหะด้วยมือของคุณเอง!

ชื่อSakoshi
ที่อยู่Sakoshi, Ako-shi, Hyogo
兵庫県赤穂市坂越
Google Maps
การเดินทางจากโอซาก้า : นั่ง JR Kobe Line มาลงที่สถานี Sakoshi โดนตรง หรือลงที่สถานี Himeji แล้วเปลี่ยนไป Sanyo Line สถานีปลายทาง Ako (1 ชั่วโมง 50 นาที)

จากเกียวโต นั่ง Tokaido – Sanyo Shinkansen จากสถานีเกียวโตมาลงที่สถานี Himeji (45 นาที) แล้วขึ้น Sanyo Line มาลงที่สถานี Sakoshi (30 นาที)
ชื่อKikyo Hayamitsu Japanese Sword Factory
ที่อยู่Rakan no Sato, 28, Uryu, Yano-cho, Aioi-shi, Hyogo
兵庫県相生市矢野町瓜生羅漢口28 羅漢の里
Google Maps
เวลาทำการ9:00 – 17:00 น.
วันหยุดไม่มีวันหยุด
การเดินทางจากสถานี Aioi :
– เดินทาง 15 นาทีด้วยรถยนต์
– หรือขึ้นรถบัสแล้วลงที่ป้าย Uryu Higashi หรือ Uryu แล้วเดิน 15 นาที

แถมพิเศษ : ชมหลากวิวในที่เดียวที่เส้นทางอุทยานธรณี San’in Kaigan!

View from the San'in Kaigan UNESCO Global Geopark Trail

เราได้แนะนำแหล่งท่องเที่ยวในคันไซไปแล้ว แต่ก็ยังอยากแถมอีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับสำรวจธรรมชาติในคันไซ หากคุณไม่ชอบอยู่นิ่งๆ แต่ก็ยังอยากหนีจากความวุ่นวายซักระยะหนึ่ง ขอแนะนำให้ไปยืดเส้นยืดสายท่ามกลางธรรมาชาติที่เส้นทางอุทยานธรณี San’in Kaigan (山陰海岸ジオパーク)

เส้นทางนี้ยาวตั้งแต่จังหวัดทตโตริจนถึงจังหวัดเฮียวโกะ โดยมีทั้งเส้นทางปีนเขาและทางเดินให้คุณสามารถสำรวจคันไซด้วยความเร็วตามต้องการ ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ใช้เวลาสุดสัปดาห์ในอุดมคติเลยทีเดียว

เส้นทางธรรมชาติแห่งนี้ยาว 230 กิโลเมตร โดยผ่านจังหวัดทตโตริ เฮียวโกะ และเกียวโตตามแนวชายฝั่งทะเลญี่ปุ่น และจะช่วยให้คุณได้สัมผัสสิ่งมหัศจรรย์ของโลกจาก UNESCO อย่างอุทยานธรณี San’in Kaigan เส้นทางนี้ถูกแบ่งเป็น 27 ทางย่อย ยาวตั้งแต่ 3 จนถึง 21 กิโลเมตร ในระหว่างการเดินคุณจะได้พบกับเนินทราย ท่าเทียบเรือประมง ลักษณะทางธรณีวิทยาที่น่าทึ่ง และอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมๆ กับการสำรวจชายฝั่งทะเลญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมหลายอย่างให้ทำระหว่างทาง เช่น กิน ช็อปปิ้ง เรียนรู้ประเพณีท้องถิ่น วัฒนธรรม รวมถึงสภาพภูมิประเทศ เป็นต้น

ชื่อเส้นทางอุทยานธรณี San’in Kaigan (San’in Kaigan Geopark Trail)
เว็บไซต์ (อังกฤษ)http://geopark.sakura.ne.jp/en/
เว็บไซต์ (ญี่ปุ่น)https://sanin-geo.jp/play/geotrail/

หนีมาพักกายพักใจที่คันไซกันดีกว่า!

ไม่ว่าใครก็ต้องมีความรู้สึกอยากออกมาพักผ่อนบ้าง ที่คันไซมีสถานที่เงียบๆ แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์มากมายที่สามารถรองรับทั้งคนในและนอกพื้นที่ แถมที่เหล่านี้ส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้ยังคงบรรยากาศโบราณอันสวยงามอยู่ เหมาะสุดๆ กับการไปเที่ยวช่วงสุดสัปดาห์ ขอให้ทุกคนลองมาใช้เวลาสัก 3 – 4 วัน จะสำรวจที่ใดที่หนึ่งจนทะลุปรุโปร่ง หรือสำรวจหลายๆ ที่ตามใจชอบก็ได้เหมือนกัน!

ภูมิภาคคันไซยังเต็มไปด้วยสถานที่น่าตื่นตาอีกมากมาย! ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมจากลิงก์ข้างล่างนี้ได้เลย! :

The Kansai Guide
The Exciting Kansai

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊กได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

1 Shares: