ธรรมชาติใกล้โตเกียว! แนะนำอุทยานแห่งชาติในคันโตพร้อมวิธีท่องเที่ยว

นภูมิภาคคันโตจากโตเกียวได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะด้วยรถไฟ รถบัส หรือรถเช่า ในบทความนี้ทางเราจะแนะนำจุดเด่นของ 3 อุทยานแห่งชาติ

“อุทยานแห่งชาติของญี่ปุ่น” คืออะไร?

日光二荒山神社(にっこう  ふたらさんじんじゃ)神橋(しんきょう)
ศาลเจ้านิกโก้ฟุตะระซังและสะพานชินเคียว ที่มา: PIXTA

อุทยานแห่งชาติ คือแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับการคัดเลือกจากรัฐบาล โดยมีเกณฑ์ที่เข้มงวดต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นความสวยงามของธรรมชาติ และความสะดวกในการเดินทาง เป็นต้น

ถึงแม้ว่าจะเป็นบริเวณที่รัฐบาลเป็นผู้ดูแล แต่รัฐบาลก็ไม่ได้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ดังนั้นจุดเด่นอย่างหนึ่งของอุทยานแห่งชาติที่ญี่ปุ่นจึงเป็นการที่มีผู้คนอาศัยอยู่จำนวนมากนั่นเอง ถือว่าแตกต่างกับอเมริกาที่รัฐบาลกลางถือกรรมสิทธิ์ในการครอบครองที่ดินและทรัพยากรภายในอุทยานเป็นอย่างมาก

อุทยานแห่งชาติของญี่ปุ่นนั้น ไม่เพียงแต่มีทิวทัศน์ของธรรมชาติที่ได้รับการรักษาไว้เป็นอย่างดีเท่านั้น แต่ยังมีออนเซ็น มีแหล่งท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมประวัติศาสตร์ รวมไปถึงกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย เช่น การปีนเขา ให้คุณได้ลองอีกด้วย

ในบทความนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับ 3 อุทยานแห่งชาติในภูมิภาคคันโต พร้อมวิธีท่องเที่ยวและสเน่ห์ของแต่ละแห่ง ลองนำไปใช้ประกอบการแพลนทริปคันโตของคุณในอนาคตดู!
 

“อุทยานแห่งชาตินิกโก้” ธรรมชาติหลากสีพร้อมศาลเจ้ามรดกโลก!

ทะเลสาบชูเซ็นจิ
ทะเลสาบชูเซ็นจิ ที่มา: PIXTA

พื้นที่ 114,908 เฮกเตอร์ / นักท่องเที่ยวมาเยือนมากกว่า 16 ล้านคนต่อปี

อุทยานแห่งชาตินิกโก้ (日光国立公園) ตั้งอยู่ในจังหวัดฟุกุชิมะ จังหวัดโทชิกิ และจังหวัดกุนมะ อุทยานแห่งชาติแห่งนี้ถูกแต่งแต้มไปด้วยสีสันสวยงามของทิวเขา ทะเลสาบ น้ำตก และห้วยหนองคลองบึงต่างๆ แถมยังมีศาลเจ้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกอีกด้วย

ในบริเวณนี้มีภูเขาจำนวนมาก ทั้งภูเขาที่สูงที่สุดในภูมิภาคคันโตตอนเหนืออย่างภูเขาชิราเนะ (白根山 ความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,578 เมตร) ภูเขาศักดิ์สิทธ์อย่างภูเขานันไท (男体山 ความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,486 เมตร) และภูเขาไฟมีพลังอย่างภูเขานาสึดาเคะ (那須岳 ความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,917 เมตร)

นอกจากนี้ที่บริเวณเชิงเขายังมีที่ราบสูง ทะเลสาบและน้ำตกอันสวยงามที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟ และยังมีหุบเขาที่เต็มไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วงอีกด้วย

ศาลเจ้านิกโกโทโช
ศาลเจ้านิกโกโทโช ที่มา: PIXTA

นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีวัดและศาลเจ้าอีกมากมาย (日光の社寺) ที่ล้วนแต่เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม

ธรรมชาติและวัฒนธรรมอันเก่าแก่เหล่านี้ผสมผสานกันได้ลงตัวอย่างน่ามหัศจรรย์ แถมคุณยังสามารถเดินทางจากโตเกียวมายังนิกโก้ได้ไม่ยาก ด้วยรถไฟหรือรถยนต์ส่วนตัว จึงทำให้ที่นี่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

ชื่ออุทยานแห่งชาตินิกโก้
ที่อยู่9-5 Honchō, Nikko, Tochigi 321-1434 (สำนักงานอุทยานนิกโก้) Google Maps
การเดินทางนั่งชินคันเซนจากสถานีโตเกียวมาลงที่ Utsunomiya (宇都宮 50 นาที) แล้วนั่ง JR สาย Nikko Line (50 นาที) มาลงสถานีนิกโก้ จากนั้นนั่งบัสมาลงที่ Nikkotoshogu (日光東照宮 7 นาที)
เว็บไซต์ (อังกฤษ)https://www.env.go.jp/en/nature/nps/park/nikko/index.html
เว็บไซต์https://www.env.go.jp/park/nikko/index.html
อื่นๆโปรดระวังหมี

“อุทยานแห่งชาติโอเซะ” เพลิดเพลินดอกไม้ริมบึงในหน้าร้อน!

โอเซะกาฮาระและภูเขาชิบุตสึ
โอเซะกาฮาระและภูเขาชิบุตสึ ที่มา: PIXTA

พื้นที่ 37,222 เฮกเตอร์ / นักท่องเที่ยวมาเยือนมากกว่า 280,000 คนต่อปี

จุดเด่นของอุทยานแห่งชาติโอเซะ (尾瀬国立公園) ก็คือทัศนียภาพอันงดงามของที่ลุ่มโอเซะกาฮาระ (小瀬ヶ原湿原) รวมถึงภูเขาน้อยใหญ่อย่างภูเขาชิบุตสึ (至仏山) ภูเขาฮิอุจิกาทาเคะ (燧ケ岳) ภูเขาไอสึโคมากาทาเคะ (会津駒ケ岳) ภูเขาทาชิโระ (田代山) และภูเขาไทชาคุ (帝釈山) ที่รายล้อมรอบบึงโอเซะ (尾瀬沼) อยู่นั่นเอง

อุทยานแห่งชาติโอเซะกินพื้นที่ทั้งหมด 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดฟุกุชิมะ จังหวัดโทชิกิ จังหวัดกุนมะ และจังหวัดนีกาตะ 

โอเซะและดอกมิสึบะโช
โอเซะและดอกมิสึบะโช ที่มา: PIXTA

ที่ญี่ปุ่นมีเพลงที่โด่งดังเพลงหนึ่งชื่อว่า “ความทรงจำในฤดูร้อน (夏の思い出)” เพลงนี้กล่าวถึงดอกมิสึบะโช (ミズバショウ) ที่เบ่งบานในบึงโอเซะ ในอดีตธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติโอเซะแห่งนี้เคยอยู่ในภาวะวิกฤต แต่ด้วยความร่วมมือของคนจำนวนมาก ก็ทำให้ธรรมชาติยังได้รับการรักษาไว้อยู่

ถึงแม้ว่าที่นี่จะมีความสวยงามที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละฤดู แต่ช่วงที่เราแนะนำที่สุดคือช่วงต้นฤดูร้อน ที่ราบลุ่มอายาเมะไดระ (アヤメ平) ซึ่งอยู่ทางบริเวณสันเขาฝั่งตะวันตกของโอเซะกาฮาระนั้นอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลมาก หิมะจึงละลายช้า ทำให้ดอกไม้ส่วนใหญ่จะบานเพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ สีเหลืองของหมู่ดอกคิงโคกะ (キンコウカ) นั้นสวยจนได้รับชื่อว่าเป็นแดนสวรรค์ (天上の楽園) เลยทีเดียว

โอเซะและดอกนิกโคคิสึเกะ ที่มา: PIXTA

ในบริเวณโอเซะกาฮาระและบึงโอเซะนั้น ได้มีการสร้างทางเดินไม้เอาไว้กลางบึง ทำให้คุณสามารถชื่นชมดอกมิสึบะโชสีขาว และดอกนิกโคคิสึเกะ (ニッコウキスゲ daylily) สีเหลืองระหว่างเดินเขาได้ นอกจากนี้ที่นี้ยังมีพืชพรรณอีกมากมาย รวมไปถึงพืชที่ไม่สามารถพบได้ที่อื่นมากถึง 10 สกุล 19 ชนิดเลยล่ะ!

ชื่ออุทยานแห่งชาติโอเซะ
ที่อยู่1 Hiuchigadake, Hinoemata, Minamiaizu District, Fukushima 967-0531 (ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวโอเซะ) Google Maps
การเดินทางจากสถานี JR Tokyo นั่ง Joetsu Shinkansen มาลงสถานี JR Takasaki (高崎 50 นาที) แล้วต่อรถไฟสาย Joetsu มาลงสถานี JR Numata (沼田 50 นาที) จากนั้นนั่งบัสมาลงที่ Ose Tokura (小瀬戸倉 90 นาที)
เว็บไซต์ (อังกฤษ)https://www.env.go.jp/en/nature/nps/park/oze/index.html
เว็บไซต์https://www.env.go.jp/park/oze/index.html
อื่นๆ・ที่โอเซะไม่มีถังขยะ ต้องนำขยะกลับไปทิ้งเองที่บ้าน ・มีหมีควาย (Tsukinowaguma) อาศัยอยู่ ・สำหรับมือใหม่ไม่แนะนำให้ปีนเขาหรือเดินเขาในช่วงฤดูหนาว (พ.ย. – เม.ย.)

“อุทยานแห่งชาติจิจิบุทามะไค” ป่าและหุบเขาที่ใกล้โตเกียวที่สุด!

เทือกเขาโอคุชิจิบุและภูเขาคินโป ที่มา: PIXTA

พื้นที่ 126,259 เฮกเตอร์ / นักท่องเที่ยวมาเยือนมากกว่า 13,390,000 คนต่อปี

อุทยานแห่งชาติจิจิบุทามะไค (秩父多摩甲斐国立公園) มีพื้นที่ในบริเวณ 4 จังหวัด ได้แก่จังหวัดไซตามะ จังหวัดโตเกียว จังหวัดยามานาชิ และจังหวัดนากาโนะ และยังเป็นอุทยานที่อยู่ใกล้โตเกียวที่สุด คุณสามารถเดินทางมาด้วยรถไฟธรรมดาเพื่อมาปีนเขาได้

เทือกเขาโอคุชิจิบุ (奥秩父山塊) เต็มไปด้วยยอดเขาสูงกว่า 2,000 เมตร รวมไปถึงยอดเขาที่สูงที่สุดในโตเกียวอย่างยอดเขาคุโมโทริ (雲取山) ซึ่งสูง 2,017 เมตร นอกจากนี้เทือกเขาแห่งนี้ยังเป็นแหล่งต้นน้ำของแม่น้ำสำคัญต่างๆ ในเขตคันโตและเกาะฮอนชูตอนกลางอีกด้วย ด้วยการกัดเซาะของแม่น้ำเหล่านี้ทำให้เกิดเป็นทิวทัศน์ของหุบเขารูปตัว V ให้พวกเราได้ชื่นชมกันทุกวันนี้

โอคุทามะและหุบเขานิชิซาวะ ที่มา: PIXTA

เนื่องจากอยู่ใกล้โตเกียวที่สุดในบรรดาอุทยานแห่งชาติทั้งหมด จึงทำให้เดินทางง่ายและมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก นอกเหนือจากการปีนเขาและการเดินเขาแล้ว ยังมีลานกางเต็นท์ และลำธารสำหรับตกปลาที่มีปลานานาชนิด รวมไปถึงปลาอิวานะ (イワナ – Char) และปลายามาเมะ (ヤマメ – Killifish) คุณสามารถย่างปลาที่เพิ่งตกกินตรงนั้นเลยได้!

นอกจากนี้ยังมีจุดที่เหมาะกับการปีนเขาบริเวณหนองน้ำและน้ำตก (沢登り – ghyll scrambling) รวมถึงกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายที่รอคุณไปเยือนอยู่!

โอคุทามะและหุบเขาฮาโตโนะสึ ที่มา: PIXTA
ชื่ออุทยานแห่งชาติชิจิบุทามะไค
ที่อยู่171-1 Hikawa, Okutama, Nishitama District, Tokyo, Tokyo 198-0212 (ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวโอคุทามะ โตเกียว) Google Maps
การเดินทางจากสถานีโตเกียว นั่ง JR Chuo line มาลงสถานี Ome (青梅 90 นาที) แล้วนั่ง JR Ome line มาลงที่สถานี Okutama (奥多摩 40 นาที) จากสถานีสามารถเดินไปยังศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวได้ (1 นาที)
เว็บไซต์ (อังกฤษ)https://www.env.go.jp/en/nature/nps/park/chichibu/index.html
เว็บไซต์https://www.env.go.jp/park/chichibu/index.html
อื่นๆโปรดระวังหมี และอย่าเดินออกนอกเส้นทางปีนเขา

ส่งท้าย

ถึงแม้ว่าจะอยู่ใกล้เขตเมืองหลวง แต่ก็มีธรรมชาติอยู่มากมายให้คุณชื่นชม แถมยังสามารถเดินทางมาได้โดยรถไฟหรือบัสกลางคืนที่ไม่แพงมากได้ จึงเป็นอีกแหล่งที่คู่ควรแก่การลองมาเยือนดูสักครั้ง!

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และอินสตาแกรม ได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

4 Shares:
บทความที่เกี่ยวข้อง