อยากเปิดธุรกิจของตัวเองในญี่ปุ่น ควรเริ่มต้นอย่างไร?

มีหลายวิธีในการเปิดธุรกิจของคุณเองในญี่ปุ่น แต่วิธีที่ง่ายและรวดเร็วที่สุดคือการก่อตั้งธุรกิจที่คุณเป็นเจ้าของเพียงคนเดียว แต่ก็อาจเต็มไปด้วยอุปสรรคไม่ว่าจะทั้งด้านภาษาและรายละเอียดทางเทคนิคต่างๆ มากมายที่อาจทำให้ประสบความสำเร็จได้ช้าลงเช่นเดียวกับการดำเนินงานหลายๆ อย่างในฐานะชาวต่างชาติในญี่ปุ่น เพื่อลดความเครียดจากขั้นตอนต่างๆ อันแสนมากมายและช่วยให้คุณเริ่มธุรกิจของได้อย่างรวดเร็ว เราได้รวบรวมเนื้อหาที่ครอบคลุมและสามารถทำตามได้ง่ายๆ โดยสรุปขั้นตอนต่างๆ ที่ต้องใช้ในการก่อตั้งธุรกิจเจ้าของคนเดียวในญี่ปุ่น เหมาะสำหรับผู้ประกอบการชาวต่างชาติอย่างแท้จริง อ่านต่อเลย!

ธุรกิจเจ้าของคนเดียวคืออะไร?

PIXTA

ธุรกิจเจ้าของคนเดียวเป็นรูปแบบธุรกิจที่ง่ายที่สุด คุณจะเป็นเจ้าของและรับผิดชอบธุรกิจทั้งหมด ช่วยให้เริ่มวางรากฐานสู่ความสำเร็จได้ง่าย

ในภาษาญี่ปุ่นธุรกิจที่มีเจ้าของเพียงผู้เดียวเรียกว่า 個人事業 (โคจินจิเงียว) ซึ่งแปลว่า ‘ธุรกิจส่วนตัว’ ซึ่งแตกต่างจากบริษัท 会社 (ไคชะ) หรือนิติบุคคล 法人 (โฮจิน) ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนแยกจากคนที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง

ใครสามารถก่อตั้งธุรกิจเจ้าของคนเดียวในญี่ปุ่นได้บ้าง?

แม้ว่าจะมีไอเดียดีๆ อยู่ แต่ไม่ใช่ว่าใครจะสามารถจัดตั้งธุรกิจเจ้าของคนเดียวในญี่ปุ่นก็ได้ หากไม่มีสัญชาติญี่ปุ่น คุณจะต้องมีสิ่งต่อไปนี้

  • สมรสกับคนสัญชาติญี่ปุ่น
  • วีซ่าผู้พำนักระยะยาว
  • วีซ่าถาวร
  • คู่สมรสของผู้ที่มีวีซ่าถาวร
  • วีซ่า working holiday (แบบไม่มีข้อจำกัด)
  • วีซ่าผู้ติดตาม นักเรียน หรือกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่ได้รับอนุญาตให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมอื่น ๆ (จะต้องยื่นขออนุญาตแยกต่างหาก)
  • วีซ่าวิศวกร/ผู้เชี่ยวชาญด้านมนุษยศาสตร์ (ต้องได้รับการสนับสนุนจากบริษัทญี่ปุ่นที่อนุมัติให้ทำงานเสริม)
  • วีซ่าทักษะฝีมือแรงงาน (ต้องได้รับการสนับสนุนจากบริษัทญี่ปุ่นที่อนุมัติให้ทำงานเสริม)

หากมีข้อใดข้อหนึ่งข้างต้น คุณก็พร้อมที่จะเริ่มก่อตั้งธุรกิจได้เลย!

ข้อดีของธุรกิจเจ้าของคนเดียว

ธุรกิจเจ้าของคนเดียวเหมาะสำหรับผู้ที่มีความฝันว่าจะทำงานเพื่อตัวเอง เป็นเจ้านายของตัวเอง และสร้างธุรกิจจนประสบความสำเร็จซึ่งวันหนึ่งอาจเติบโตเป็นบริษัทหรือเครือบริษัท หลายคนอาจมองว่าฟรีแลนซ์ รับจ้างทั่วไปหรือผู้รับเหมาอาจเป็นหนทางที่ดีกว่า แต่หากคุณมีไอเดียดี มีแผนธุรกิจแข็งแกร่ง และมีทักษะทางการตลาด การเป็นเจ้าของธุรกิจแต่เพียงผู้เดียวเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจ!

เจ้าของธุรกิจทั่วไปส่วนใหญ่จะเริ่มต้นการเป็นเจ้าของธุรกิจแต่เพียงผู้เดียว เช่น เจ้าของร้านอาหารขนาดเล็ก ครู ผู้ส่งออก นักแปล นักเขียน นักออกแบบ และที่ปรึกษา

ข้อดีอื่นๆ ของธุรกิจเจ้าของคนเดียวมีดังนี้

  • เป็นเจ้าของและสามารถควบคุมดูแลธุรกิจของคุณได้อย่างสมบูรณ์
  • มีศักยภาพในการขยายแบรนด์
  • สามารถควบคุมรายได้และชั่วโมงทำงานของคุณ
  • ความสามารถในการลดหย่อนและเรียกร้องความชดเชย (รวมถึงค่าเช่าสำหรับผู้ที่ทำงานที่บ้าน)
  • ความสามารถในการจ้างคน
  • การสนับสนุนวีซ่าด้วยตนเอง
  • การคำนวณภาษีที่ง่ายกว่า (มากกว่าบริษัทหรือองค์กร)

แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกสิ่งที่เกี่ยวกับธุรกิจเจ้าของคนเดียวจะเป็นประโยชน์เสมอไป โดยข้อเสียส่วนใหญ่เหล่านี้มักจะเหมือนกันไม่ว่าคุณจะเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองหรือเป็นคนทำงานอิสระ เช่น

  • รายได้ไม่คงที่
  • ไม่มีประกันสุขภาพหรือเงินบำนาญของบริษัท
  • ต้องยื่นภาษีและติดตามการเงินด้วยตัวเอง
  • ความรับผิดทั้งหมด – เจ้าของเป็นผู้รับผิดชอบทุกอย่างรวมถึงการล้มละลาย
  • ไม่มีเจ้าของร่วมหรือหุ้นส่วนร่วม

ทำไมถึงไม่เริ่มต้นตั้งบริษัทไปเลย?

มีข้อดีมากมายในการเริ่มต้นสร้างบริษัทนิติบุคคล (法人) เช่นความสามารถในการสร้างพันธมิตร สร้างผลกำไรมากขึ้นโดยไม่ต้องเสียภาษีมาก และรับเงินลงทุนหรือเงินสนับสนุน อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่เริ่มต้นธุรกิจเพียงลำพังด้วยไอเดียเล็กๆ การเริ่มต้นธุรกิจเจ้าของคนเดียวจะมีความเครียดและความกดดันที่น้อยกว่ามาก เพราะบริษัทต่างๆ ต้องเจอกับข้อกำหนดมากมาย เช่น ต้องมีนักบัญชี มีเอกสารที่ซับซ้อนจำนวนมาก ต้องจัดการกับเงินบำนาญและประกันสุขภาพแห่งชาติ มีค่าใช้จ่ายในการเริ่มต้นที่สูง รวมทั้งปัญหาอื่นๆ อีกมากมาย

คนส่วนมากที่เริ่มต้นบริษัทและประสบความสำเร็จในต่างประเทศมักจะมีความสัมพันธ์วงในหรือมีหุ้นส่วนที่ช่วยงานบางอย่าง หากคุณมีความทะเยอทะยาน ความรู้ทางธุรกิจ ภาษาญี่ปุ่นที่มั่นคง เงินทุนสูง หรือพันธมิตรที่เชื่อถือได้ ก็สามารถเริ่มต้นจากการก่อตั้งบริษัทได้เลย!

แต่หากยังไม่มีสิ่งเหล่านั้น คุณอาจจะต้องเก็บแนวคิดในการเริ่มต้นบริษัทเป็นเป้าหมายในอนาคตหลังจากที่คุณได้ก่อตั้งธุรกิจเจ้าของคนเดียวอย่างมั่นคงแล้ว เพราะเมื่อรายได้จากธุรกิจเจ้าของคนเดียวเกินประมาณ 7 ล้านเยนต่อปี คุณจะต้องพิจารณาการก่อตั้งบริษัทเพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี

ข้อกำหนดสำหรับการก่อตั้งธุรกิจเจ้าของคนเดียว

นอกจากประเภทของวีซ่าแล้ว ประเทศญี่ปุ่นไม่ค่อยมีข้อกำหนดเพิ่มเติมมากนักในการเป็นเจ้าของธุรกิจแต่เพียงผู้เดียว แต่ก็มีข้อกำหนดทั่วไปอย่างเช่น

  • จะต้องมีชื่อธุรกิจซึ่งอาจเป็นชื่อของคุณเองหรือชื่อที่ตั้งขึ้นแทนก็ได้
  • ต้องมีที่อยู่ของธุรกิจในญี่ปุ่นซึ่งอาจจะเป็นที่พักอาศัยของคุณ
  • บัญชีธนาคารและหมายเลขโทรศัพท์ (หรือโทรศัพท์มือถือ)

ขั้นต่อไป จะต้องยื่นใบสมัครกับองค์การการค้า (Trade Register) ของญี่ปุ่น ซึ่งสามารถกรอกทางออนไลน์หรือส่งทางไปรษณีย์ก็ได้ (สามารถดูคำแนะนำโดยละเอียดได้ด้านล่าง) คุณอาจจำเป็นต้องใช้เอกสารอีกหลายฉบับ เช่น ใบอนุญาตจากกระทรวงศึกษาธิการในการเปิดโรงเรียนสอนภาษา ทั้งนี้ต่างขึ้นอยู่กับเนื้อหาของธุรกิจซึ่งจะไม่กล่าวถึงในบทความนี้

วิธีการเริ่มต้นธุรกิจเจ้าของคนเดียวในญี่ปุ่น

เมื่อตัดสินใจเกี่ยวกับชื่อและที่อยู่ของธุรกิจได้แล้ว ให้ไปที่เว็บไซต์ของสำนักงานภาษีแห่งชาติเพื่อดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัครธุรกิจเจ้าของคนเดียว (個人事業の開業届出 kojin jigyo no kaigyo todokede)

แม้ว่าเนื้อหาของแบบฟอร์มนี้จะค่อนข้างง่าย แต่ก็เป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด ดังนั้นหากไม่มั่นใจ โปรดอ่านคำแนะนำทีละขั้นตอนที่นี่ได้เลย! โปรดเตรียมรายละเอียดให้พร้อมเพื่อจะได้กรอกไปพร้อมกัน

เนื่องจากรัฐบาลญี่ปุ่นค่อนข้างยึดติดกับระบบเอกสารสมัยเก่า การกรอกแบบฟอร์มบนคอมพิวเตอร์ของคุณ แล้วค่อยพิมพ์ออกมา และส่งทางไปรษณีย์จึงเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด

วิธีการกรอกแบบฟอร์มใบสมัครธุรกิจเจ้าของคนเดียว

  1. วงกลมหรือไฮไลต์คำว่า “開業” ซึ่งแปลว่าคุณอยากจะเริ่มต้นธุรกิจ (ซึ่งตรงข้ามกับ “廃業” ซึ่งแปลว่าคุณจะปิดธุรกิจ)
  2. เขียนชื่อสำนักงานสรรพากรของคุณ ซึ่งสามารถค้นหาได้โดยกรอกที่อยู่ธุรกิจในเว็บไซต์นี้ จากนั้นให้ใส่วันที่ที่จะส่งแบบฟอร์มนี้ไว้ที่ด้านล่าง
  3. กรอกที่อยู่ธุรกิจและหมายเลขโทรศัพท์ หากเป็นที่อยู่บ้านของคุณ ให้เลือกคำว่า “住所地” หากเป็นสำนักงานหรือร้านค้า ให้เลือกคำว่า “事務所等” หากไม่ได้อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นในขณะนี้ แต่จะก่อตั้งธุรกิจในญี่ปุ่น ให้เลือกคำว่า “居所地”
  4. สำหรับช่องที่ 4 จะกรอกเฉพาะในกรณีต่อไปนี้: 1.หากใช้บ้านเป็นที่อยู่ธุรกิจเพื่อประโยชน์ทางด้านภาษี แต่ดำเนินธุรกิจจริงๆ ที่อื่น ให้กรอกที่ดำเนินธุรกิจนี้ลงในช่อง 4 และที่อยู่บ้านของคุณในช่อง 3 หรือ 2.หากที่อยู่ธุรกิจเป็นสำนักงานที่ไม่ใช่บ้านของคุณเพื่อประโยชน์ทางด้านภาษี ให้เขียนที่อยู่ของสำนักงานนี้ในช่อง 3 และที่อยู่บ้านของคุณในช่อง 4
  5. กรอกรายละเอียดส่วนบุคคลของคุณในช่องนี้ เช่นชื่อ วันเกิด “หมายเลขส่วนบุคคลของคุณ” (My Card Number, 個人番号) อาชีพ และชื่อทางการค้าของธุรกิจเจ้าของคนเดียวของคุณ สามารถใส่ 会社員 หรืออะไรทำนองนั้นเป็นอาชีพของคุณก็ได้ หลังจากพิมพ์แบบฟอร์มแล้ว ถ้ามีตราประทับส่วนตัว (hanko) ให้ประทับตราไว้ที่นี่ด้วย
  1. เลือกคำว่า “開業” แล้วป้อนชื่อและที่อยู่ของคุณอีกครั้ง สามารถข้ามส่วนที่เหลือได้เลย
  2. กรอกวันเริ่มต้นธุรกิจของคุณ สามารถกรอกเป็นวันที่ที่กรอกแบบฟอร์มหรือวันที่ที่เริ่มทำงานจริงก็ได้ แต่อย่าใช้วันที่ในอดีตเกินหนึ่งเดือน จากนั้นสามารถข้ามสองส่วนถัดไปได้ เนื่องจากเป็นส่วนสำหรับผู้ที่จะขยาย ย้าย หรือปิดธุรกิจเท่านั้น
  3. ในช่องนี้คุณสามารถเลือกได้ว่าจะส่งเอกสารเพิ่มเติมพร้อมกับใบสมัครหรือไม่ โดยทั่วไป จะต้องเลือก “有” เพื่อส่ง “青色申告” ซึ่งเป็นใบสมัครสำหรับโครงการ ”คืนภาษีสีฟ้า” (Blue Tax Return) ที่มีสิทธิประโยชน์มากมาย (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ด้านล่าง)
  4. ให้กรอกภาพรวมโดยย่อของธุรกิจของคุณเป็นภาษาญี่ปุ่น ตัวอย่างเช่น หากจะเปิดธุรกิจการแปล ให้เขียนบางอย่างเช่น “和英翻訳” (แปลภาษาญี่ปุ่นและอังกฤษ) และเขียนรายละเอียดเพิ่มเติม
  5. ในช่องที่ 10 ให้กรอกจำนวนพนักงาน หากมีเพียงคุณ ให้เขียน 0 และข้ามส่วนที่เหลือของแบบฟอร์มได้เลย

อย่าลืมแนบสำเนาบัตรยืนยันตัวตนที่ถูกต้องด้วยล่ะ!

คุณจะต้องส่งสำเนาบัตรหมายเลขส่วนบุคคล (My Number Card) เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถยืนยันตัวตนของคุณได้

หากไม่มีบัตรหมายเลขส่วนบุคคล ให้ส่งสำเนาใบแจ้งหมายเลขส่วนบุคคล (Tsuchi Card, 通知カード) หรือทะเบียนบ้าน (Juminhyo, 住民票) ที่มีหมายเลขส่วนบุคคลของคุณอยู่ (個人番号) (ไม่ใช่ทุกคนจะมีหมายเลขนี้ ดังนั้นคุณจะต้องตรวจสอบอีกครั้ง) พร้อมกับแนบสำเนาของข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้:

  • ใบขับขี่
  • หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)
  • บัตรประจำตัวชาวต่างชาติ (Zairyu Card, 在留カード)
PIXTA

ข้อกำหนดด้านภาษีสำหรับธุรกิจเจ้าของคนเดียว

เนื่องจากธุรกิจของคุณไม่ใช่นิติบุคคลที่แยกจากคุณอย่างชัดเจน คุณจะต้องรับผิดชอบภาษีต่างๆ ของธุรกิจ เช่น ภาษีเงินได้ ภาษีเจ้าของธุรกิจ และภาษีที่อยู่ โดยปีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานั้นเริ่มตั้งแต่ 1 มกราคมถึง 31 ธันวาคมและจำเป็นต้องยื่นภาษีแสดงก่อนวันที่ 15 มีนาคมของปีถัดไป

เมื่อยื่นภาษีเงินได้ จะมีแบบฟอร์มสองประเภทให้เลือก: สีขาวและสีฟ้า หากคุณไม่สมัครโครงการคืนภาษีสีฟ้า คุณจะได้แบบฟอร์มสีขาวโดยอัตโนมัติ

แม้ว่าจะมีกระบวนการที่ซับซ้อนเล็กน้อย แต่โครงการคืนภาษีสีฟ้า (青色申告) มีประโยชน์หลายประการ โดยเฉพาะความสามารถในการลดหย่อนภาษีเงินได้ ซึ่งลดหย่อนได้มากสูงสุดถึง 650,000 เยน หากคุณเก็บบันทึกรายการซ้ำและแนบใบแจ้งยอดรายได้และยอดคงเหลือพร้อมกับการคืนภาษีครั้งต่อไป
ด้วยเหตุผลนี้ เราจึงแนะนำให้คุณสมัครโครงการขอคืนภาษีสีฟ้า ตอนที่ยื่นแบบฟอร์มใบสมัครธุรกิจเจ้าของคนเดียวพร้อมกันไปเลย

วิธีการสมัครโครงการขอคืนภาษีสีฟ้า

คุณสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัครโครงการขอคืนภาษีสีฟ้าได้ ที่นี่

ในสองช่องแรกนั้นแทบจะเหมือนกันกับแบบฟอร์มใบสมัครธุรกิจเจ้าของคนเดียวทุกประการ ซึ่งไม่น่ามีปัญหาในการกรอกข้อมูลเหล่านี้

ส่วนต่อไปนั้นมี 6 ขั้นตอน โดยก่อนเริ่มต้น ให้เขียนปีภาษีปัจจุบันที่ด้านบน (ตามปฏิทินจักรวรรดิญี่ปุ่น):

  1. ถ้าธุรกิจของคุณมีที่ตั้งหลายแห่ง เขียนที่ตั้งทั้งหมดไว้ที่นี่ แต่ถ้ามีเพียงที่ตั้งเดียว ก็สามารถเว้นว่างช่องนี้ไว้ได้
  2. เลือกคำว่า “事業所得” (รายได้จากธุรกิจ)
  3. หากเคยสมัครขอคืนภาษีสีฟ้ามาก่อน ให้เลือกคำว่า “有” แล้วเลือก “取消し” หากเคยถูกปฏิเสธ หรือเลือก “取りやめ” หากโดนยกเลิก และเขียนวันที่ที่เกิดขึ้น แต่หากนี่เป็นครั้งแรก ให้เลือกคำว่า “無”
  4. หากเริ่มธุรกิจหลังจากวันที่ 16 มกราคมของปีปัจจุบัน ให้เขียนวันที่ก่อตั้ง แต่หากคุณเริ่มธุรกิจก่อนหน้านี้ ให้เว้นว่างไว้
  5. หากได้รับธุรกิจเป็นมรดก ให้เขียนวันที่ที่ได้รับมรดก หรือเลือก “無” ถ้าไม่ใช่
  6. หากต้องการขอคืนภาษีจำนวน 650,000 เยน ให้เลือกคำว่า “複式簿記” (การทำบัญชีแบบละเอียด) แต่หากต้องการขอคืนภาษีแค่ 100,000 เยน ให้เลือกคำว่า “簡易簿記” (การทำบัญชีแบบย่อ)
  7. สำหรับการขอคืนภาษีจำนวน 650,000 เยน ให้เลือกคำว่า “現金出納帳・売掛帳・買掛帳・経費帳・固定資産台帳・預金出納帳・総勘定元帳 และ 仕訳帳” แต่สำหรับการขอคืนภาษีจำนวน 100,000 เยน ให้เลือกแค่คำว่า “現金出納帳”

ในการสมัครขอคืนภาษี 650,000 เยน คุณจะต้องเก็บบันทึกรายรับ รายจ่าย บัญชีลูกหนี้ บัญชีเจ้าหนี้ สินทรัพย์ถาวร เงินฝาก การชำระบัญชี และรูปแบบการทำบัญชีอื่นๆ อย่างละเอียด หากคุณยังไม่รู้ว่าสิ่งเหล่านี้คืออะไร คุณควรจะไปศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดในเว็บไซต์ข้อมูลภาษี และหากคุณวางแผนที่จะขอคืนภาษีจำนวนมาก คุณควรจะไปปรึกษาเจ้าหน้าที่ภาษีก่อนยื่นแบบฟอร์มนี้

คุณจะต้องส่งแบบฟอร์มใบสมัครขอคืนภาษีสีฟ้าภายใน 2 เดือนหลังจากเริ่มต้นธุรกิจ ขอแนะนำให้ยื่นสมัครเริ่มต้นธุรกิจเจ้าของคนเดียวและโครงการขอคืนภาษีสีฟ้าทั้งสองอย่างพร้อมกันไปเลย

การส่งใบสมัคร

เมื่อคุณตรวจสอบเอกสารทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ให้ซื้อซองจดหมายแบบญี่ปุ่นและประทับตราไปรษณีย์ จากนั้นรวบรวมและใส่เอกสารต่อไปนี้ให้เรียบร้อย

  • แบบฟอร์มใบสมัครธุรกิจเจ้าของคนเดียว (個人事業の開業・廃業等届出書)
  • สำเนา (控用) แบบฟอร์มใบสมัครธุรกิจเจ้าของคนเดียว (สำเนาเพิ่มเติมนี้จะถูกกรอกโดยอัตโนมัติอยู่ในรูปแบบ PDF)
  • สำเนาบัตรหมายเลขส่วนบุคคลหรือสำเนาบัตรประจำตัวอื่นๆ
  • ซองจดหมายเพิ่มเติมพร้อมตราประทับและชื่อ/ที่อยู่ของคุณเพื่อให้สำนักงานสรรพากรส่งเอกสารกลับไปให้คุณ

จากนั้น ให้เขียนข้อความต่อไปนี้ในแนวตั้ง (Japanese tategaki vertical writing) ที่ด้านหน้าของซองหลัก:

  • ที่อยู่ของสำนักงานสรรพากรของคุณ
  • ชื่อของสำนักงานสรรพากรโดยมีรูปแบบดังนี้: (ชื่อสำนักงานสรรพากร) + 税務署 御中 (เช่น 渋谷税務署 御中)
  • ชื่อของแบบฟอร์มด้วยปากกาแดงโดยมีรูปแบบดังนี้: 個人事業の開業届出 在中

เมื่อปิดผนึกซองจดหมายแล้ว ให้ใส่ลงในตู้ไปรษณีย์ เท่านี้ก็เรียบร้อย! หากไม่ต้องการส่งด้วยไปรษณีย์ คุณสามารถยื่นเอกสารได้โดยตรงที่สำนักงานสรรพากร โดยสามารถนำเอกสารและบัตรประจำตัวทั้งหมดมาในช่วงเวลาทำการ หรือจะการใส่ซองปิดผนึกในกล่องจดหมายของสำนักงานในเวลาใดก็ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน

สรุปส่งท้าย

คุณสามารถใช้บทความนี้เป็นแนวทางในการเปิดธุรกิจในญี่ปุ่นของคุณเอง! แน่นอนว่าสำหรับคำแนะนำอย่างละเอียดในด้านการเงิน ภาษี และธุรกิจ คุณควรปรึกษาโดยตรงกับที่ปรึกษาที่มีความชำนาญเฉพาะด้านเสมอ สุดท้ายนี้เราขอให้คุณประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจที่ประเทศญี่ปุ่น!

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊กได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

8 Shares:
บทความที่เกี่ยวข้อง
อ่านเพิ่มเติม

สิ่งที่ต้องรู้ หากอยากทำงานในอุตสาหกรรม “โรงแรมญี่ปุ่น”

รัฐบาลญี่ปุ่นชุดปัจจุบันได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าจะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนญี่ปุ่นให้ได้ถึง 60 ล้านคนต่อปีในช่วง ค.ศ. 2030 ทำให้โรงแรมที่พักหลายๆ แห่งเริ่มมีการว่าจ้างพนักงานชาวต่างชาติกันอย่างกระตือรือร้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการนักท่องเที่ยวที่จะเพิ่มจำนวนขึ้นในอนาคต ด้วยเหตุนี้ เราจึงอยากมาแนะนำรายละเอียดพื้นฐานเกี่ยวกับการทำงานในอุตสาหกรรมโรงแรมญี่ปุ่นเพื่อเป็นประโยชน์ให้กับผู้ที่สนใจ ข้อมูลที่เรารวบรวมมานี้ล้วนเป็นเรื่องที่ชาวต่างชาติจำเป็นต้องรู้หากอยากทำงานในอุตสาหกรรมโรงแรมญี่ปุ่น อาทิเช่น สถานภาพการพำนัก อาชีพ เงินเดือน ทักษะที่จำเป็น ตามไปอ่านและทำความเข้าใจก่อนสมัครกันเลย!