คู่มือการทำ “ใบขับขี่ญี่ปุ่น” ตั้งแต่ขั้นตอนแรก ใครอยากมีต้องอ่าน!

Woman driving
ถึงแม้ระบบขนส่งสาธารณะญี่ปุ่นจะมีชื่อเสียงไปทั่วโลกในแง่ของความตรงเวลาและความสะอาด แต่ผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ก็ยังมีเหตุให้ต้องใช้รถส่วนตัวในการเดินทางอยู่ดี โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่ชนบทซึ่งต้องขับรถไปทำงาน ซื้อของ รวมถึงการทำกิจกรรมอื่นๆ ยิ่งไปกว่านั้น หากคุณขับรถได้ก็จะสามารถเดินทางไปยังจุดท่องเที่ยวดีๆ ที่อยู่ห่างไกลได้ด้วย

โดยทั่วไป คนที่มีใบขับขี่จากประเทศบ้านเกิดของตนเองจะสามารถทำเรื่องขอเปลี่ยนให้เป็นใบขับขี่ญี่ปุ่นได้เลย แต่หากคุณไม่มีและต้องทำใบขับขี่ที่ญี่ปุ่นโดยเริ่มตั้งแต่ศูนย์ และไม่เคยมีประสบการณ์การขับรถมาก่อนก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะวันนี้เราจะพาคุณไปดูขั้นตอนการทำใบขับขี่ ตั้งแต่การสมัครเรียนขับรถไปจนถึงตอนที่คุณขับออกไปเองคนเดียวได้!

ใครทำใบขับขี่ได้บ้าง?

Driver steering car
PIXTA

บทความนี้จะพูดถึงขั้นตอนการทำใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ทั่วไป (普通自動車免許) ซึ่งผู้ถือจะสามารถขับรถยนต์ทั่วไปและรถตู้ส่วนบุคคลที่มีผู้โดยสารไม่เกิน 10 คนได้ รถเหล่านี้ถือว่าเป็น “รถยนต์ทั่วไป” (普通自動車) และเช่นเดียวกับในหลายๆ ประเทศ ผู้ที่ทำใบขับขี่ญี่ปุ่นจะสามารถเลือกได้ว่าต้องการทำใบขับขี่รถยนต์เกียร์อัตโนมัติอย่างเดียว (AT) หรือ ทำใบขับขี่สำหรับเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติทั้งคู่

ผู้ที่ทำใบขับขี่จะต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป อย่างไรก็ตาม ทุกคนสามารถเข้าโรงเรียนสอนขับรถได้ตั้งแต่อายุ 17 ปี เพื่อเตรียมตัวสอบเมื่ออายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ และหากสอบผ่านก็จะได้รับใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ชั่วคราว (Provisional License) ซึ่งเราจะมาพูดถึงกันในภายหลัง

ทางโรงเรียนจะมีการทดสอบการมองเห็น (視力検査) ตั้งแต่เริ่มหลักสูตร ผู้เรียนควรมีค่าสายตาแต่ละข้างไม่ต่ำกว่า 0.3 และทั้งสองข้างรวมกันไม่ต่ำกว่า 0.7 (สามารถสวมแว่นหรือใส่คอนแทคเลนส์ได้) นอกจากนี้ ก็จะมีการทดสอบความสามารถในการแยกแยะสีสัญญาณไฟจราจรและการมองเห็นด้านที่หายไปของวงกลม ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการได้ยิน การแยกสี หรือสมรรถภาพร่างกายควรปรึกษาตำรวจหรือโรงเรียนสอนขับรถในบริเวณใกล้เคียงด้วย

ขั้นตอนการทำใบขับขี่แบบคร่าวๆ

Shoshinsha mark/beginner's mark and toy car
PIXTA

ทีนี้ เราต้องทำอย่างไรเพื่อให้ได้ใบขับขี่ล่ะ? โดยทั่วไป คนที่ขับรถได้ในญี่ปุ่นมักจะต้องผ่านหลักสูตรระยะยาว (指定自動車教習所) หรือไม่ก็หลักสูตรเข้มข้นระยะสั้น (合宿免許) ที่โรงเรียนสอนขับรถกำหนดมาก่อนแล้ว

หลักสูตรระยะยาวมักจะกินเวลาหลายเดือน ขึ้นอยู่กับการจัดการตารางเรียนของแต่ละคน เป็นหลักสูตรที่สามารถเข้าร่วมนอกเวลาเรียนหนังสือหรือทำงานได้ ซึ่งจะมีราคาอยู่ที่ประมาณ 300,000 เยนโดยเฉลี่ย ในขณะที่ หลักสูตรเข้มข้นระยะสั้นอาจใช้เวลาเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น ซึ่งผู้เรียนจะต้องไปเข้าค่ายต่างจังหวัดและเข้าเรียนเกือบทุกวัน (หรือทุกวัน) โดยทั่วไป คอร์สระยะสั้นจะราคาประมาณ 200,000 เยน รวมค่าอาหารและที่พักสำหรับคนที่มาจากต่างจังหวัด แต่ราคานี้อาจเปลี่ยนแปลงได้โดยจะขึ้นอยู่กับสถานที่ เวลาเข้าเรียน และภาษาที่ใช้ในการเรียน

สำหรับเรื่องภาษา ยิ่งภาษาญี่ปุ่นของคุณดีเท่าไรก็จะยิ่งเรียนขับรถได้ง่ายขึ้นเท่านั้น หากคุณเข้าเรียนในหลักสูตรขับรถที่เป็นภาษาญี่ปุ่น ความสามารถในการสื่อสารกับผู้สอนทั้งตอนเรียนและตอนสอบขับรถจริงๆ นั้นสำคัญมาก ทั้งยังมีคำศัพท์ใหม่ๆ ที่ต้องจำอีกมากมาย หากคุณไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่นในชีวิตประจำวันขั้นตอนนี้ก็ถือว่าโหดหินมาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะสอบไม่ผ่านเสมอไป เพราะความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น!

Examiner testing driving skills
PIXTA

อันที่จริง คุณจะลุยไปสอบภาคปฏิบัติที่ศูนย์สอบขับรถโดยไม่ผ่านหลักสูตรการเรียนมาก่อนก็ได้ แต่ว่ากันตามจริง โอกาสผ่านการทดสอบภาคปฏิบัติของผู้ที่เลือกเดินทางนี้มักจะต่ำกว่า 10% เนื่องจากผู้คุมสอบจะเข้มงวดกว่าคนในโรงเรียนสอนขับรถ และคุณก็ยังต้องเรียนภาคทฤษฎีเรื่องกฎหมายจราจรและธรรมเนียมการขับรถในญี่ปุ่นอยู่ดี ดังนั้น เราจึงไม่ค่อยอยากแนะนำวิธีนี้ เว้นเสียแต่ว่าคุณจะมั่นใจในความสามารถของตัวเองอยู่แล้ว และติดแค่ปัญหาเรื่องไม่มีใบขับขี่ที่อนุญาตให้ขับรถนอกประเทศบ้านเกิดของตนเองเท่านั้น

ต่อไป เราจะพาคุณไปพบกับขั้นตอนการทำใบขับขี่ผ่านหลักสูตรการเรียนขับรถตั้งแต่ก้าวแรก!

1. เข้าเรียนหลักสูตรการขับรถยนต์

Driving school pamphlet
PIXTA

ขั้นแรก เราขอให้คุณหาหลักสูตรสอนขับรถที่เหมาะกับตารางเวลาของตนเอง มีราคาที่จ่ายไหว สถานที่ที่เหมาะสม และภาษาที่ถนัด ตรงจุดนี้ เราจะขออธิบายข้อดี – ข้อเสียของหลักสูตรระยะยาวและหลักสูตรเข้มข้นกันก่อน

เมื่อคุณตัดสินใจได้แล้วก็เริ่มจองคอร์สเรียนผ่านช่องทางออนไลน์หรือจองโดยตรงกับทางโรงเรียนได้เลย มีเว็บไซต์มากมายที่ช่วยเปรียบเทียบราคาของแต่ละโรงเรียนพร้อมกับมีบริการช่วยจองหลักสูตรแบบเข้มข้น เช่น Menkyo Takumi และ University Co-op Gasshuku Menkyo (สำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยเท่านั้น) หากคุณมีอะไรที่ยังไม่แน่ใจก็ลองสอบถามทางอีเมลหรือโทรศัพด์ดูได้ นอกจากนี้ โรงเรียนขับรถส่วนใหญ่ยังมีบริการให้คำปรึกษาแบบส่วนตัวเกี่ยวกับหลักสูตรระยะยาวด้วย เมื่อจองคอร์สเรียนเสร็จแล้วก็ต้องจ่ายค่าเรียนและเตรียมเอกสารที่จำเป็น ซึ่งมักจะประกอบด้วยเอกสารยืนยันตัวตนและใบทะเบียนบ้าน (住民票)

2. ขั้นแรก : เริ่มขับรถ

Driving theory textbooks and pencil
PIXTA

ในที่สุดก็ถึงวันแรก คุณเดินทางมาถึงโรงเรียนสอนขับรถแล้ว ทีนี้ควรจะทำยังไงต่อ?

การเรียนขับรถในญี่ปุ่นจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ในช่วงแรกผู้เรียนจะยังไม่ได้รับอนุญาตให้ขับรถบนถนนจริง แม้จะมีครูผู้สอนนั่งไปด้วยก็ตาม คุณจะต้องเริ่มด้วยการเรียนกฎหมายจราจรญี่ปุ่นและการขับรถภาคทฤษฎีที่เรียกว่า “กัคคะ” (学科 Gakka) ส่วนภาคปฏิบัติที่เรียกว่า “จิซึกิ” (実技 Jitsugi) จะมีครูผู้สอนมาพาคุณไปขับรถจริงในบริเวณสนามฝึกของทางโรงเรียน พร้อมสอนรายละเอียดต่างๆ ตั้งแต่ท่านั่งพื้นฐานไปจนถึงทักษะการเลี้ยวผ่านมุมแคบๆ โดยวิชาเหล่านี้จะถูกแบ่งเป็นคาบเรียน (時限 Jigen) คาบละ 50 นาที

Driving school on-site course
PIXTA

สำหรับใบขับขี่รถยนต์เกียร์ธรรมดา ผู้เรียนจำเป็นต้องผ่านการอบรมภาคทฤษฎี 10 คาบและภาคปฏิบัติ 15 คาบก่อนเข้าสอบภาคทฤษฎี (学科試験 Gakka Shiken) และสอบภาคปฏิบัติ (修了検定 Shūryō Kentei) ซึ่งจะจัดขึ้นในโรงเรียน สำหรับใบขับขี่รถยนต์เกียร์อัตโนมัติ คุณจะต้องผ่านการอบรมภาคทฤษฎีจำนวน 10 คาบเช่นกัน แต่จะเข้าอบรมภาคปฏิบัติเพียง 12 ชั่วโมงก่อนสอบภาคปฏิบัติ สำหรับใบขับขี่ทั้งสองแบบนี้ ส่วนใหญ่จะต้องมีการสอบ “โคคะโซคุเท” (効果測定 Koukasokutei) ซึ่งเป็นรอบจำลองของการสอบภาคทฤษฎีจริงด้วย

เมื่อผ่านการทดสอบทุกอย่างแล้วจะถือว่าผ่านขั้นแรก และได้รับใบขับขี่ชั่วคราว (仮免許) ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนได้รับอนุญาตให้ออกถนนพร้อมกับครูผู้สอนได้

3. ขั้นที่สอง : ฝึกปรือฝีมือ

Cars in traffic
PIXTA

ในขั้นตอนนี้ผู้เรียนจะยังคงต้องเรียนภาคทฤษฎีอยู่เหมือนเดิม แต่จะมีความแตกต่าง คือ คุณจะได้รับอนุญาตให้ออกถนนจริงด้วย! การเรียนภาคปฏิบัติจะเน้นเรื่องข้อควรปฏิบัติและข้อควรระวังในการจราจรจริง รวมถึงการนำทางเบื้องต้นโดยไม่พึ่งพา Google Map และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ คุณยังจะได้เรียนเรื่องการจอดรถที่โรงเรียนด้วย

ในหลักสูตรการจอดรถ คนที่ขับเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติจะต้องผ่านการอบรมภาคทฤษฎี 16 คาบและภาคปฏิบัติ 19 คาบเหมือนกัน เมื่อเรียนจบและสอบทฤษฎีภาคจำลองเสร็จแล้วก็จะมีการสอบภาคปฏิบัติครั้งสุดท้าย (卒業検定) ที่สนามของโรงเรียนและถนนจริงในบริเวณรอบข้าง ตรงนี้ผู้คุมสอบอาจบอกให้คุณขับรถไปยังที่ไหนสักที่ แล้วค่อยวนกลับมาทดสอบความสามารถในการจอดรถด้วย โดยรวมแล้วคุณจะไม่เพียงถูกวัดความสามารถในการขับรถขั้นพื้นฐาน มารยาท และข้อควรปฏิบัติในการขับรถเท่านั้น (อย่าลืมเปิดไฟเลี้ยวด้วยล่ะ!) แต่ยังมีการวัดความสามารถในการทำตามคำสั่งและการขับขี่อย่างปลอดภัยภายใต้สภาพการจราจรและสภาพอากาศปัจจุบันด้วย

Instructor directing student
PIXTA

เมื่อสอบผ่านแล้ว คุณก็จะได้รับใบรับรองการจบหลักสูตร (卒業証明書) ถึงตรงนี้ก็บอกลาโรงเรียนสอนขับรถได้เลย

4. ผ่านการทดสอบขั้นสุดท้ายแล้วรับใบขับขี่

Driving theory textbooks and toy car
PIXTA

มาถึงขั้นตอนนี้คุณอาจจะคิดว่าตัวเองเรียนจบแล้ว แต่ที่จริงก็ยังถือว่าอยู่ในขั้นที่ 2 อยู่ คุณคงจำได้ว่าช่วงท้ายของหลักสูตรจะมีการสอบภาคปฏิบัติครั้งใหญ่ แต่ตอนนั้นยังไม่มีการสอบภาคทฤษฎี หลังจากพักผ่อนและเตรียมตัวสอบภาคทฤษฎีซึ่งเป็นข้อสอบแบบตัวเลือกแล้ว ก็ได้เวลาไปยังศูนย์สอบ (運転免許試験場) ในจังหวัดที่คุณอาศัยอยู่ เราขอแนะนำให้เช็กก่อนว่าต้องมีการจองล่วงหน้าหรือไม่ หากไม่มี คุณก็สามารถเดินทางไปในวันสอบจริงได้เลย เราขอแนะนำให้ไปก่อนเวลาเนื่องจากศูนย์สอบบางแห่งอาจมีการจำกัดจำนวนผู้เข้าสอบด้วย นอกจากนี้ คุณก็อาจจะเลือกช่วงเวลาสอบได้หลายช่วง และในบางพื้นที่ก็อาจมีการสอบในภาษาอื่นๆ นอกจากภาษาอังกฤษด้วย

ก่อนออกจากบ้านอย่าลืมเช็กด้วยว่านำเอกสารสำคัญติดตัวไปด้วยแล้วหรือยัง ซึ่งก็ได้แก่ บัตรยืนยันตัวตนและใบรับรองการจบการศึกษา เพราะหากคุณไม่มีก็จะไม่สามารถเข้าสอบได้ เมื่อถึงที่หมายแล้วก็เพียงแค่ทำตามขั้นตอนยิบย่อยต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่บอกเท่านั้น ไม่ต้องกังวลอะไร เพียงแค่ทำตามคำสั่งที่ได้รับมาก็พอ

Electronic bulletin board at Japanese licensing center
Princess_Anmitsu / Shutterstock.com

หลังจากส่งเอกสาร ตรวจสายตา จ่ายค่าสอบ และทำขั้นตอนอื่นๆ เสร็จแล้ว คุณก็จะได้รับเลขประจำตัวซึ่งใช้สำหรับการกำหนดที่นั่งสอบ ผลสอบจะออกภายในระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ดังนั้นจึงไม่ควรไปไหนไกล และอย่าลืมเลขประจำตัวสอบเด็ดขาด เพราะคุณจะต้องใช้ตอนดูประกาศรายชื่อผู้ผ่านการทดสอบในภายหลังด้วย

หากคุณสอบไม่ผ่านก็ไม่ต้องเสียใจไปเพราะสามารถสอบใหม่ได้เรื่อยๆ ศูนย์สอบบางแห่งอาจอนุญาตให้สอบใหม่ได้ภายในวันเดียวกัน แต่หากไม่มีก็เพียงกลับมาใหม่ในวันอื่น แต่ขอให้คุณทราบไว้ว่าจะต้องมีการจ่ายค่าสอบใหม่ทุกครั้ง

และในทางกลับกัน ผู้ที่สอบผ่านจะสามารถทำใบขับขี่ได้ หลังจากผ่านขั้นตอนจำนวนมากและการรอคอยอันยาวนาน คุณก็จะได้รับใบขับขี่และสามารถขับรถออกถนนอย่างถูกกฎหมายได้แล้ว!

Car with shoshinsha mark/beginner's mark
PIXTA

แน่นอนว่าคุณจะยังต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขอีกหนึ่งข้อ คือ ช่วงปีแรกหลังได้รับใบขับขี่ ผู้ขับขี่จะถูกเรียกว่า “โชชินชะ” (初心者 Shoshinsha) ซึ่งแปลว่า มือใหม่หัดขับ และจะต้องแปะสติ๊กเกอร์พิเศษชนิดหนึ่งไว้ด้านหน้าและหลังรถ สติ๊กเกอร์นี้เรียกว่า “โชชินชะมาคุ” (初心者マーク Shoshinsha Māku) ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้าน 100 เยน ร้านขายอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์ และร้านขายอุปกรณ์เกี่ยวกับรถยนต์ นอกจากนี้ บริษัทรถเช่าหลายแห่งก็มักจะไม่รับลูกค้าที่เป็นมือใหม่หัดขับ หรือต่อให้รับก็มักจะมีการกำหนดเงื่อนไขบางประการด้วย เช่น บริษัทบางแห่งอาจปฏิเสธลูกค้าที่เป็นมือใหม่หัดขับทันที ในขณะที่บางบริษัทจะรับคุณเป็นลูกค้าก็ต่อเมื่อคุณมีผู้ที่ถือใบขับขี่ญี่ปุ่นมานานกว่า 3 ปีคอยประกบด้วย

ถึงแม้การขับรถจะมีขั้นตอนที่ยุ่งยากมากมาย แต่ก็นับเป็นอีกหนึ่งทักษะที่ช่วยอำนวยความสะดวกและค่อนข้างจำเป็นในญี่ปุ่น หากคุณกำลังคิดจะสอบใบขับขี่แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร เราขอแนะนำให้ลองพิจารณาข้อดี – ข้อเสียของหลักสูตรขับรถแต่ละแบบดู!

หลักสูตรระยะยาว

Driving school on-site course
PIXTA

ข้อดี

  • สามารถจัดตารางเวลาเองได้ จึงง่ายสำหรับผู้ที่ต้องเรียนหนังสือ ทำงาน หรือดูแลครอบครัวไปด้วย
  • มีแนวโน้มที่จะเรียนเป็นภาษาอื่นนอกจากภาษาญี่ปุ่นได้ เช่น Koyama Driving School และ Musashi-sakai Driving School ในโตเกียว

ข้อเสีย

  • ใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะเรียนจบ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 2 – 3 เดือน
  • อาจเกิดปัญหาเรื่องการจัดตารางเวลาในช่วงที่คนเข้าเรียนเยอะ โดยเฉพาะเมื่อคุณไม่ได้จ่ายเงินเพื่อให้ได้สิทธิ์ในการจองเรียนก่อนผู้อื่น (Priority Scheduling)
  • นอกจากจะต้องจ่ายค่าเรียนที่แพงกว่าแล้ว (โดยเฉลี่ยแล้วประมาณ 300,000 เยน) คุณอาจจะต้องจ่ายค่าเรียนเพิ่มในกรณีที่สอบไม่ผ่านหรือจบช้ากว่ากำหนด ซึ่งบางครั้งอาจเลี่ยงได้ด้วยการเลือก “ประกัน” ที่ครอบคลุมความเป็นไปได้ที่จะเกิดเหตุการณ์เหล่านี้

โดยรวมแล้ว หลักสูตรระยะยาวจะเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการจัดตารางเรียนขับรถเอง เนื่องจากมีข้อจำกัดต่างๆ ในชีวิตประจำวัน

หลักสูตรเข้มข้น

Instructor looking at student doing driving simulation
PIXTA

ข้อดี

  • ใช้เวลาเรียนน้อยกว่า เฉลี่ยแล้วประมาณ 2 – 3 สัปดาห์
  • มักมีราคาถูกกว่า (ประมาณ 200,000 เยน) และส่วนใหญ่ก็จะรวมค่าอาหาร ที่พัก และค่าเดินทางเพื่อดึงดูดผู้เรียนจากจังหวัดอื่นด้วย
  • ส่วนใหญ่ค่าเรียนจะครอบคลุมการเรียนเสริมและค่าที่พักบางส่วนที่จะใช้ในกรณีที่สอบไม่ผ่านหรือจบช้ากว่ากำหนด

ข้อเสีย

  • อาจทำให้จัดตารางชีวิตได้ยาก เนื่องจากต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่โรงเรียนและต้องทำตามตารางเวลาที่กำหนดมา

หลักสูตรเข้มข้นนี้เหมาะสำหรับนักเรียนที่อยากเรียนในช่วงปิดเทอม และผู้ที่สามารถลางานได้หลายสัปดาห์

คำแนะนำทั่วไป

Cars in traffic
PIXTA

ไม่ว่าคุณจะเลือกหลักสูตรไหนก็ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณาให้ดีก่อน อย่างแรก คุณควรเปรียบเทียบราคาและสิทธิพิเศษของแต่ละโรงเรียนดู เนื่องจากค่าเรียนในแต่ละฤดูกาลจะแตกต่างกันมาก (ช่วงวันหยุดฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนจะเป็นช่วงที่คนเยอะที่สุด) นอกจากนี้ก็ยังมีเรื่องของสถานที่เรียน ที่พัก ฯลฯ ในบางครั้งคุณก็สามารถชวนเพื่อนมาเรียนด้วยกันเพื่อรับส่วนลดได้ ข้อดีอีกอย่างหนึ่งของการมาเรียนกับเพื่อน คือ สามารถแลกเปลี่ยนความรู้ และให้กำลังใจกันได้ด้วย

อีกเรื่องที่ต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษ คือ ทักษะภาษาญี่ปุ่นสำหรับใช้ในกรณีที่จำเป็น เนื่องจากโรงเรียนสอนขับรถส่วนใหญ่มักจะสอนเป็นภาษาญี่ปุ่น ถึงแม้ว่าศูนย์สอบหรือโรงเรียนที่คุณเลือกจะมีหลักสูตร หนังสือเรียน และการสอบภาคทฤษฎีในภาษาต่างประเทศ คุณก็ยังต้องทำตามคำสั่งของครูฝึกและผู้คุมสอบอยู่ดี

เมื่อพูดถึงทฤษฎี เราขอย้ำอีกทีว่าอย่าลืมอ่านหนังสือสอบภาคทฤษฎีควบคู่ไปกับการฝึกขับรถด้วย เพราะในการสอบภาคทฤษฎีจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับพาหนะชนิดอื่น และกฎหมายที่เกี่ยวข้องซึ่งไม่ได้มีเพียงรถยนต์เท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีรูปประโยคชวนสับสนอีกมากมาย ดังนั้นการทำตัวให้ชินกับแนวโจทย์ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญไม่แพ้เนื้อหา เราขอแนะนำให้ตั้งใจฟังคำใบ้ข้อสอบจากครู และหากมีข้อสงสัยก็ควรฝึกทำข้อสอบวนไปหลายๆ ครั้งด้วย

สุดท้ายนี้ เราขอให้คุณระวังเรื่องวันที่ให้ดี ใบขับขี่ชั่วคราวและใบรับรองการจบหลักสูตรขับรถยนต์จะมีอายุ 6 และ 12 เดือนตามลำดับ หากปล่อยให้เลยวันหมดอายุก็อาจจะต้องสอบใบขับขี่ชั่วคราวใหม่ หรือหากคุณเป็นผู้ที่ไม่เคยจบโรงเรียนขับรถมาก่อนก็อาจต้องสอบภาคปฏิบัติที่ยากกว่าเดิมด้วย

เตรียมพร้อมออกถนน!

Car on the road with Mt Fuji in background
PIXTA

หนทางสู่การได้ใบขับขี่อาจฟังดูยาวไกล แต่เราก็หวังว่าบทความนี้จะช่วยทำให้คุณได้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้นว่ามีขั้นตอนอย่างไรบ้าง และหากคุณกำลังอยากเรียนรู้ธรรมเนียมการขับรถในญี่ปุ่น การเช่ารถ หรือสถานที่เจ๋งๆ สำหรับขับรถไปเที่ยวอยู่ล่ะก็ สามารถตามไปอ่านเพิ่มเติมได้ในคู่มือการขับรถในญี่ปุ่นสำหรับมือใหม่

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊กได้เลย !



เครดิตภาพ: IYO / PIXTA

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

0 Shares:
บทความที่เกี่ยวข้อง
อ่านเพิ่มเติม

ชมวิวสวย กินอาหารอร่อย แช่ออนเซ็นที่ “ฮามามัตสึ” ชิซูโอกะ ใกล้โตเกียวและนาโกย่า!

เมื่อพูดถึงจังหวัดชิซูโอกะ หลายคนอาจนึกถึงภูเขาไฟฟูจิหรือโกเทนบะ แต่อีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจ “เมืองฮามามัตสึ” ครั้งนี้จะพาคุณไปรู้จักกับแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังและเมนูเด็ดของเมืองที่เปี่ยมล้นไปด้วยมนตร์เสน่ห์