สอนใช้เครื่องซักผ้าญี่ปุ่น + เคล็ดลับการซักผ้าสำหรับมือใหม่

สำหรับชาวต่างชาติที่เพิ่งย้ายมาญี่ปุ่นใหม่ๆ ก็คงมีความลำบากยุ่งยากหลายๆ อย่างเพิ่มเข้ามา แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้น “การซักผ้า” ซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน ในบทความนี้เราจึงจะมาพูดคุยกันเกี่ยวกับสิ่งสำคัญต่างๆ ในการซักผ้า ตั้งแต่ประเภทเครื่องซักผ้า วิธีการใช้งาน ไปจนถึงประเภทผงซักฟอก
Oyraa

ประเภทเครื่องซักผ้าในญี่ปุ่น

เครื่องซักผ้าในญี่ปุ่นมีทั้งหมด 2 ประเภท ได้แก่ เครื่องซักผ้าฝาบน และเครื่องซักผ้าฝาหน้า ถึงแม้ว่าในช่วงไม่กี่ปีมานี้เครื่องซักผ้าฝาหน้าจะได้รับความนิยมและใช้กันอย่างแพร่หลายในญี่ปุ่น แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังใช้แบบฝาบนกันอยู่ ซึ่งข้อดีและข้อเสียของเครื่องซักผ้าแต่ประเภทมีดังต่อไปนี้

เครื่องซักผ้าฝาหน้า

ข้อดี
・ใช้น้ำน้อยกว่าแบบฝาบน จึงประหยัดน้ำได้มากกว่า
・ผ้าจะไม่ค่อยพันกันและถนอมเนื้อผ้ามากกว่า
・โดยปกติแล้วจะเป็นเครื่องอบผ้าในตัวด้วย สามารถอบผ้าแห้งได้เร็วและประหยัดค่าไฟ
ข้อเสีย
・เนื่องจากขนาดที่ใหญ่และมีฝาที่เปิดออกด้านหน้า จึงต้องเผื่อพื้นที่ด้านหน้าและด้านข้างไว้สำหรับติดตั้ง
・พลังชะล้างเบากว่าแบบฝาบนเล็กน้อย
・ไม่สามารถเปิดฝาเพื่อเพิ่มผ้าระหว่างซักได้
・ราคาแพงกว่าแบบฝาบน

เครื่องซักผ้าฝาบน

ข้อดี
・พลังชะล้างสูง
・ขนาดเล็กกว่าแบบฝาหน้าจึงใช้พื้นที่ติดตั้งน้อยกว่า
・ราคาถูกกว่าแบบฝาหน้า
ข้อเสีย
・ใช้น้ำในการซักเยอะ
・เสื้อผ้ามักจะพันกันและไม่ค่อยถนอมเนื้อผ้า
・นำผ้าผืนใหญ่ๆ ลงไปซักลำบาก

ตามที่กล่าวไปข้างต้นว่าเครื่องซักผ้าแต่ละประเภทก็มีข้อดี-ข้อเสียแตกต่างกัน ซึ่งการเข้าใจข้อดี-ข้อเสียของเครื่องซักผ้าแต่ละประเภทก็จะทำให้เราสามารถเลือกเครื่องซักผ้าที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของเราได้

ศัพท์น่ารู้บนแผงควบคุมเครื่องซักผ้า

ปกติแล้วการซักผ้าสามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่กดปุ่มบนแผงควบคุมและเครื่องก็จะซักผ้าให้โดยอัตโนมัติ ดังนั้น เราเลยจะมาอธิบายคำศัพท์ที่มักพบบนแผงควบคุมเครื่องซักผ้า เพื่อให้การซักของเราง่ายขึ้น!

ประเภทผงซักฟอก

ผงซักฟอกหรือน้ำยาซักผ้าที่ขายในญี่ปุ่นนั้นแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก คือ แบบน้ำและแบบผง นอกจากนี้ก็ยังมีพวกเจลบอลซักผ้าที่เพิ่งผลิตเมื่อไม่นานมานี้และกำลังเป็นที่นิยมด้วย

หากแบ่งผงซักฟอกตามการใช้งานก็จะแบ่งได้เป็น “ผงซักฟอกสูตรธรรมดา” สำหรับเสื้อผ้าทั่วไป และ “น้ำยาซักผ้าสูตรเฉพาะ” สำหรับเสื้อผ้าที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

“ผงซักฟอกสูตรธรรมดา” ส่วนใหญ่จะมีฤทธิ์เป็นด่างอ่อนๆ และมีสารชะล้างที่เข้มข้น จึงเหมาะกับผ้าที่มีคราบสกปรกฝังแน่น แต่ก็ทำให้เนื้อผ้าเสียง่ายเช่นกัน

เมื่อเทียบกับผงซักฟอกสูตรธรรมดาแล้ว “น้ำยาซักผ้าสูตรเฉพาะ” ซึ่งเป็นแบบน้ำมีแรงชะล้างที่น้อยกว่า แต่เนื่องจากสารลดแรงตึงผิวที่เป็นส่วนประกอบหลักมีค่าเป็นกลาง จึงเหมาะสำหรับผ้าที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เช่น ผ้าขนสัตว์และผ้าไหม นอกจากนี้ น้ำยาซักผ้าบางสูตรก็มีคุณสมบัติพิเศษ เช่น ป้องกันผ้าเปลี่ยนทรงหลังซัก และป้องกันการเกิดขุยผ้า ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายตามความต้องการ

นอกจากนี้ ยังมีน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ใช้เพื่อทำให้ผ้านุ่มฟูหรือมีกลิ่นหอม ทั้งยังช่วยป้องกันไฟฟ้าสถิตและช่วยให้แห้งเร็ว ซึ่งสะดวกสำหรับตากผ้าในฤดูหนาวหรือในวันฝนตกที่ต้องตากผ้าในห้อง

วิธีใช้เครื่องซักผ้า

สำหรับบางคน การซักผ้าอาจจะเป็นเรื่องง่ายๆ แค่โยนผ้าลงเครื่องและกดปุ่มซักก็เป็นอันเสร็จ แต่รู้ไหมว่าแบบนั้นอาจจะทำให้ผ้าเสียทรงหรือสีตกได้ ดังนั้น เราจึงจะมาแนะนำสิ่งที่ควรทำก่อนซักผ้า และวิธีซักผ้าเบื้องต้นกัน!

สิ่งที่ควรทำก่อนซักผ้า
・ ตรวจสอบสัญลักษณ์บนป้ายเสื้อผ้า
ปกติแล้วบนเสื้อผ้าจะมีป้ายสัญลักษณ์ติดอยู่ ดังนั้นจึงควรตรวจสอบเสียก่อนว่าสามารถซักด้วยเครื่องซักผ้าได้หรือไม่ เนื้อผ้าเป็นแบบไหน และมีข้อควรระวังอะไรในการซักบ้าง
・ ตรวจสอบกระดุมและภายในกระเป๋า
หากคุณลืมทิชชู่ไว้ในกระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋ากางเกงแล้วเผลอซักไปพร้อมกับเสื้อผ้าทั้งอย่างนั้น ใยทิชชู่ก็จะไปติดตามเสื้อผ้าและถังซักผ้าให้วุ่นวายจนต้องทำความสะอาดกันอีก ดังนั้น ก่อนจะเอาผ้าเข้าเครื่องก็อย่าลืมตรวจดูให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรอยู่ในกระเป๋า นอกจากนี้ คุณยังควรปลดกระดุมเสื้อออกก่อนซัก เพื่อป้องกันการฉุดรั้งและฉีกขาดของเสื้อผ้าขณะปั่นและป้องกันกระดุมหลุดด้วย
・ หากมีคราบฝังแน่นหรือคราบสกปรก เช่น คราบอาหาร ให้ล้างทำความสะอาดบริเวณคราบก่อนค่อยนำไปลงเครื่องซัก

วิธีการซักขั้นพื้นฐาน
ในที่นี้ เราจะขออธิบายวิธีการซักผ้าโดยใช้เครื่องซักผ้าฝาบนซึ่งสามารถพบได้ทั่วไปในญี่ปุ่น
① ใส่ผ้าลงในเครื่องซักผ้า
ปริมาณผ้าควรอยู่ที่ประมาณ 80% ของถังซักผ้า หากใส่มากเกินไปถังซักผ้าอาจจะหมุนได้ไม่ดีและทำให้ชะล้างสิ่งสกปรกออกไปได้ไม่หมด นอกจากนี้ คุณก็ควรใส่ชุดชั้นในเอาไว้ในตาข่ายซักผ้าด้วย
② เลือกโปรแกรมการซักตามความเหมาะสมของผ้า
สำหรับการซักผ้าขนหนูและเสื้อผ้าทั่วไปให้เลือก “โปรแกรมพื้นฐาน (標準コース)” และสำหรับผ้าที่มีป้ายสัญลักษณ์ซักมือ เสื้อผ้าแฟชั่น และผ้าที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษให้เลือก “โปรแกรมซักมือ (手洗いコース)”
③ ใส่ผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่ม
ช่องใส่ผงซักฟอกกับน้ำยาปรับผ้านุ่มจะอยู่ต่างกันไปตามรุ่นเครื่องซักผ้า แต่ปกติแล้วจะใช้ช่องแยกกัน ดังนั้นจึงควรใส่ให้ถูกช่องและใช้ปริมาณน้ำยาตามที่ระบุไว้บนฉลาก
④ กดปุ่มเริ่มซัก
⑤ นำเสื้อผ้าไปตากทันทีหลังซักเสร็จ
หากทิ้งผ้าไว้ในเครื่องซักผ้าหลังซักเสร็จนานๆ จะทำให้เชื้อโรคสะสมบนผ้าและเกิดกลิ่นเหม็น ทั้งยังทำให้ผ้าเป็นรอยยับอีกด้วย จึงควรรีบนำผ้าไปตากทันทีหลังซักเสร็จ

หากเสื้อเป็นผ้าแบบพิเศษ หรือที่บ้านไม่มีเครื่องซักผ้าล่ะ จะไปซักที่ไหนดี?

Hajime NAKANO/Wikimedia Commons

หากเพิ่งย้ายบ้านมาแล้วไม่มีเครื่องซักผ้า หรืออยากซักผ้าห่มแต่ก็ซักเองที่บ้านไม่ได้ก็ไม่ต้องกังวล เพราะเครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญสามารถช่วยอำนวยความสะดวกให้คุณได้
เครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญใช้เวลาในการซักและอบแห้งประมาณ 1 ชั่วโมง (สำหรับปริมาณผ้า 3 วัน และมีน้ำหนักประมาณ 5 กก.) มีราคาประมาณ 500 – 600 เยน

นอกจากเสื้อผ้าปกติแล้ว เครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญยังสามารถซักผ้าขนาดใหญ่ เช่น ฟูกและผ้าม่านได้ และบางที่ก็สามารถซักรองเท้าหรือเสื้อผ้าที่ต้องการการซักแบบพิเศษได้ด้วย ดังนั้น หากเลือกใช้ดีๆ ก็จะประหยัดเงินและเวลาไปได้มากเลยทีเดียว

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้เครื่องซักผ้าที่ได้รับการพัฒนาจนมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้สามารถซักเสื้อผ้าที่ทำจากวัสดุที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษได้ แต่สำหรับเสื้อผ้าที่ผลิตจากวัสดุพิเศษบางประเภท เช่น เสื้อโค้ท เสื้อขนเป็ด และเสื้อที่มีสัญลักษณ์ “x” หรือ “P” บนป้ายฉลาก ก็แนะนำว่าควรจะส่งไปร้านซักรีดมากกว่า เช่นเดียวกับเสื้อผ้าราคาแพงที่ไม่อยากให้สีตกหรือตัวหดหลังซักก็ควรใช้บริการร้านซักรีดเพื่อความสะดวกเช่นกัน

ในบทความนี้เราได้พูดถึงวิธีการเลือกและการใช้เครื่องซักผ้าในญี่ปุ่น สำหรับใครที่กำลังวางแผนซื้อเครื่องซักผ้าใหม่หรือกำลังงงกับการใช้เครื่องซักผ้าในญี่ปุ่น เราก็หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับคุณนะ!

หากมีคำถาม คำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะใดๆ เกี่ยวกับบทความของเรา สามารถติดต่อและติดตามเราผ่านทางเฟซบุ๊กได้เลย !

เนื้อหาในบทความนี้ อัพเดทล่าสุด ณ วันที่เผยแพร่

Oyraa
0 Shares: